หน้าแรก › นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือ 3 ฝ่าย ระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังผ่านพ้นวิกฤติไวรัสโควิด-19

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือ 3 ฝ่าย ระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังผ่านพ้นวิกฤติไวรัสโควิด-19

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือ 3 ฝ่าย ระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังผ่านพ้นวิกฤติไวรัสโควิด-19  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23  เมษายน 2563 ณ บจก.เทพผดุงพรมะพร้าว พุทธมณฑล สาย 4  (สร. 24 เม.ย. 63)

          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตร  พบและประชุมร่วมกับเกษตรกรผู้ผลิตและผู้ส่งออกอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาช่วงสถานการณ์โควิด หน้าโรงงานเทพผดุงพร  พุทธมณฑลสาย4  หลังจากนั้นได้กล่าวว่า  วันนี้เป็นการ”พลิกโควิดเป็นโอกาส” ของกระทรวงพาณิชย์ในการที่เดินทางไปพบกับเกษตรกร ผู้ประกอบธุรกิจแปรรูป ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกในทุกภาคส่วนและทุกภาคอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและกำหนดแนวทางที่จะเดินหน้า เพื่อนำรายได้เข้าประเทศและช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งเป็นห่วงโซ่การผลิตต้นทาง

          สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปและแปรรูปของประเทศตัวเลขเมื่อปี 2562 มูลค่ารวมกัน 870,000 ล้านบาท ปริมาณการผลิตทั้งหมดใช้บริโภคในประเทศร้อยละ 84 ส่งออกร้อยละ 16 สำหรับการส่งออกปีที่แล้วมูลค่า 579,000 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 7.6 ของการส่งออกรวมทั้งหมด อุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปและแปรรูปของประเทศไทยนั้น ถือเป็นผู้ส่งออกเป็นอันดับ 10 ของโลกอย่างไรก็ตามก็มีสินค้าที่เราส่งออกเป็นลำดับ 1 ของโลกอยู่สามตัวด้วยกันประกอบด้วยสับปะรดกระป๋อง มะพร้าวกะทิ และข้าวโพดหวานกระป๋องสามตัวนี้เราส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก

          สำหรับไตรมาสแรกของปีนี้การส่งออกอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปและแปรรูปของประเทศไทยนั้นได้ส่งออกแล้วเป็นมูลค่า 137,756 ล้านบาท สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการส่งออกประกอบด้วยอาหารทะเลสำเร็จรูปอาหารสำเร็จรูปผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป สับปะรดกระป๋องผลิตภัณฑ์กะทิ และข้าวโพดหวานอย่างไรก็ตามจากการหารือร่วมกันในวันนี้ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าเราจะร่วมมือกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กระทรวงเกษตรและภาคเกษตรกรรวม ทั้งผู้ประกอบการส่งออก แปรรูป เพื่อกำหนดมาตรการที่จะเดินไปข้างหน้าในช่วงวิกฤติโควิดและหลังวิกฤติโควิดประกอบด้วย 10 มาตรการในภาพรวม

          มาตรการที่1 ในภาวะวิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและในโลก เรามีความเห็นร่วมกันว่าถือเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารของประเทศและเป็นช่วงระยะเวลาที่สำคัญที่เราจะได้รับมือจับมือกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชนในการทำประชาสัมพันธ์และทำการส่งเสริมการขายสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลกกับผลิตภัณฑ์อาหารของประเทศไทยซึ่งจะเดินหน้าไปด้วยกันในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำคลิปขึ้นมา 10 ภาษาเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์อาหารไทยในสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์กับสายตาชาวโลก

          มาตรการที่2 ทูตพาณิชย์ของกระทรวงพาณิชย์จะต้องเข้ามีบทบาทมากขึ้นโดยเฉพาะจะต้องประชุมออนไลน์ร่วมกับภาคเอกชนในภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งภาคธุรกิจอาหารสำเร็จรูปด้วยทุกเดือนถ้าเป็นไปได้ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน

          มาตรการที่3 จากกำหนดแผนงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ในการทำแผนเปิดตลาดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปและอาหารแปรรูปโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้ SME ได้มีโอกาส โดยเฉพาะตลาดสำคัญหนึ่งตลาดอาเซียน สองกลุ่มประเทศเอเชีย สามกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง สี่กลุ่มประเทศรัสเซียและประเทศที่แตกออกมาจากรัสเซีย

          มาตรการที่4 กระทรวงพาณิชย์กับเอกชนจะร่วมมือกันเร่งรัดในการเจรจาจัดทำ FTA กับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรของประเทศอังกฤษต่อไปโดยเร็ว

          มาตรการที่5 กระทรวงพาณิชย์ควรได้มีการจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพในการเป็นช่องทางระบายสินค้าด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรรวมทั้งผู้ผลิตแปรรูปและผู้ส่งออกได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

          มาตรการที่6 จะเร่งรัดแก้ไขปัญหาในเรื่องของการขนส่งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปในเรื่องของการขนส่งในรูปแบบผลส่งต่างๆไม่ว่าจะอากาศทางเรือทางบกโดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้การส่งออกสินค้าทางบกผ่านเวียดนามและลาวไปจีนก็ยังติดขัด ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะร่วมกับกระทรวงเกษตรในการเร่งรัดดำเนินการเหล่านี้โดยเร็วต่อไปรวมทั้งในส่วนของด่านไทยมาเลเซียที่ด่านนอกสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ ซึ่งในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้จะเดินทางไปด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันการขนส่งทางบกสินค้าไปจีนอีกช่องทางหนึ่งก็คือช่องทางบริเวณด่านตงซิง ซึ่งผมได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งได้เร่งดำเนินการเปิดด่าน ถ้าเปิดด่านได้จะช่วยระบาย สินค้าไปยังจีนได้สะดวกขึ้น

          มาตรการที่7 จะใช้กลไกเกษตรพันธสัญญาเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

          มาตรการที่8 กระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชนจะช่วยกันส่งเสริมการบริโภคน้ำผลไม้ 100% ของไทยซึ่งยังติดปัญหาอุปสรรคบางประการในเรื่องของภาษีสรรพสามิตที่ยังกำหนดเก็บภาษีในรูปแบบภาษีความหวาน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และเอกชนไม่ได้ขัดข้องในประเด็นนี้แต่เห็นว่ากรมสรรพสามิตควรจะได้ปรับปรุงทบทวนในเรื่องของความหวานที่เกิดจากผลไม้ธรรมชาติจริงๆเพื่อส่งเสริมการดื่มน้ำผลไม้ของไทยให้มากขึ้นโดยไม่ไปเก็บหรือเพิ่มภาษีความหวานในส่วนของน้ำผลไม้ธรรมชาติ

          มาตรการที่9 กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการใช้ห้องเย็นที่มีอยู่ 600 กว่าแห่งในประเทศไทยให้เป็นประโยชน์ในการชะลอพืชผลทางการเกษตรสำคัญที่จะออกสู่ตลาดและมีผลกระทบทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำให้มากขึ้น

          ” ประการสุดท้าย มาตรการที่ 10 ขณะนี้การส่งออกสับปะรดกระป๋องที่เราส่งออกไปลำดับหนึ่งของโลกไปออสเตรเลียมีปัญหาในเรื่องของการตั้งกำแพงภาษีค่อนข้างสูง กับการส่งออกข้าวโพดหวานกระป๋องที่เราส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรปก็มีการตั้งกำแพงภาษีค่อนข้างสูงก็จะมอบหมายให้พูดพาณิชย์ของเราเร่งเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหานี้ต่อไปเพื่อจะได้ทำตัวเลขส่งออกให้มากขึ้นและนำรายได้เข้าประเทศในช่วงนี้ นี่คือ 10 มาตรการที่จะจับมือร่วมกันเดินหน้าต่อไปและช่วยกับชาวเกษตรกรได้ในที่สุด” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

Login