รัฐบาลออสเตรียเตรียมออกกฎหมายใหม่บังคับให้ผู้ค้าปลีกเปิดเผยข้อมูล “Shrinkflation” หรือ การลดปริมาณสินค้าแต่คงราคาเดิม ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้จำหน่ายสินค้ากลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านที่มีพื้นที่เกิน 400 ตร.ม. หรือมีตั้งแต่ 5 สาขาขึ้นไป ต้องติดป้ายชี้แจงอย่างชัดเจนหากสินค้าใดลดปริมาณ และต้องแสดงป้ายต่อเนื่องอย่างน้อย 60 วัน เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้การเปลี่ยนแปลงอย่างโปร่งใส ซึ่งข้อกำหนดนี้ครอบคลุม ทั้งการลดปริมาณในบรรจุภัณฑ์ การลดจำนวนชิ้นสินค้าในหีบห่อ รวมถึงสินค้าที่คงขนาดบรรจุภัณฑ์แต่ลดปริมาณภายใน โดยกฎหมายจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 โดยมีข้อยกเว้น ได้แก่ สินค้าที่มีการปรับราคาขึ้นต่อหน่วยต่ำกว่า 3% และสินค้าที่มีปริมาณแตกต่างตามธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้สด รวมถึงกรณีที่ผู้ผลิตติดป้ายแจ้งเตือนบนสินค้าอยู่แล้ว อนึ่ง บทลงโทษสำหรับผู้ค้าปลีกที่ไม่ปฏิบัติตาม เริ่มจากการออกคำสั่งให้แก้ไขภายใน 3 วันทำการ หากยังไม่ดำเนินการ อาจถูกปรับสูงสุด 2,500 ยูโรต่อสินค้า และโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 15,000 ยูโร หรือ ประมาณ 550,000 บาท
มาตรการนี้สร้างการถกเถียงอย่างกว้าง โดยพรรคฝ่ายค้าน FPÖ วิจารณ์ว่า ผู้ค้าปลีกไม่ใช่ผู้ก่อปัญหา กฎหมายควรควบคุมผู้ผลิตที่เป็นผู้กำหนดปริมาณสินค้า ขณะที่บางฝ่ายมองว่ากฎหมายไม่ช่วยลดเงินเฟ้อ แต่เพิ่มภาระงานเอกสารให้ผู้ประกอบการ อีกทั้งกฎหมายยังมีช่องโหว่ เพราะสินค้าสามารถถูกลดปริมาณครั้งละ 2.5% หลายครั้งต่อปี โดยไม่ต้องแจ้งเตือนหากแต่ละครั้งไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดซึ่งคือ 3%
อย่างไรก็ดีรัฐบาลยืนยันว่าจำเป็นต้องกำกับผู้ค้าปลีก เนื่องจากกฎหมายการแข่งขันระบุว่าผู้ผลิตไม่สามารถกำหนดราคาขายปลีกได้โดยตรง จึงต้องให้ความรับผิดชอบอยู่ที่ฝั่งผู้จำหน่าย อีกทั้งสินค้าในตลาดออสเตรียจำนวนมากเป็นสินค้านำเข้าจากหลายประเทศทำให้การควบคุมฝั่งผู้ผลิตนั้นทำได้ยาก ทั้งนี้ รัฐบาลมองว่าการบังคับใช้กฎหมายนี้จะเพิ่มความโปร่งใสและช่วยผู้บริโภคตัดสินใจได้ดีขึ้น พร้อมระบุว่าจะมีมาตรการลดภาระด้านเอกสารให้ผู้ค้ารายย่อยเพื่อไม่ให้เกิดภาระเกินจำเป็น
ปัจจุบัน ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา แม้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจจะได้ปิดการหารือและส่งร่างให้สามารถเดินหน้าไปยังขั้นตอนถัดไปได้แล้วก็ตาม ร่างกฎหมายฯ ยังต้องผ่านกระบวนการแจ้งต่อสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นขั้นตอนบังคับสำหรับกฎหมายที่อาจมีผลกระทบต่อการค้าและตลาดภายในสหภาพฯ โดยคาดว่าร่างกฎหมายจะถูกบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาในที่ประชุมใหญ่สภาผู้แทนราษฎร (Nationalrat) ภายในเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม 2026
ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นสำนักงานฯ
การร่างกฎหมายใหม่ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าภาครัฐให้ความสำคัญอย่างมากกับการคุ้มครองผู้บริโภคในออสเตรียและสหภาพยุโรป และยังคงเดินหน้าเพิ่มความโปร่งใสและเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยการหลีกเลี่ยงการปรับลดปริมาณสินค้าหรือจำนวนชิ้นโดยไม่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากในกรณีนี้กฎหมายดังกล่าวอาจบังคับให้ผู้ค้าปลีกต้องติดป้ายแจ้งเตือน ซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยบนชั้นวางจำหน่าย นอกจากนี้ ควรเตรียมการสื่อสารกับคู่ค้าในยุโรปเกี่ยวกับข้อปฏิบัติที่จำเป็นหากกฎหมายนี้มีการบังคับใช้จริง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยยังควรมุ่งสื่อสารด้านคุณภาพและความคุ้มค่าของสินค้าให้เด่นชัดเพื่อสอดรับกับกฎระเบียบที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปและอาจรวมถึงการปรับปรุงคุณภาพสินค้าและราคาให้สอดคล้องกับสภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบัน
ธันวาคม 2568
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา
แหล่งอ้างอิงข้อมูล: https://www.wko.at/ https://www.zemann.law/ https://www.heute.at/
อ่านข่าวฉบับเต็ม : ออสเตรียเดินหน้าร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค บังคับผู้ค้าระบุชัดเมื่อปริมาณสินค้าลดลงแต่ราคาเท่าเดิม
