ภายหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาดำเนินการตามคำสัญญาในช่วงหาเสียงเลือกตั้งโดยลงนามคำสั่งพิเศษเกี่ยวกับมาตรการภาษีใหม่ในสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมร้อยละ 25 ที่นำเข้าจากทุกประเทศโดยไม่มีข้อยกเว้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 เริ่มมีผลบังคับใช้ 12 มีนาคม 2568 ทำให้ประเทศคู่ค้าต่างๆ โดยเฉพาะจีน แคนาดา เม็กซิโก และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (รวมถึงออสเตรเลีย) กระตุ้นให้ แคนาดา เม็กซิโกและจีนกำหนดมาตรการภาษีตอบโต้ทันที
สงครามการค้าที่เริ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าหลายประเทศ รวมถึงนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็กที่ส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตร ปศุสัตว์และป่าไม้เป็นหลักแม้ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกสินค้าทั้ง 2 รายการของนิวซีแลนด์ที่ส่งออกไปสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนรวมกันประมาณร้อยละ 7 ของการส่งออกทั้งหมด (ปี 2567 นิวซีแลนด์ส่งออกอลูมิเนียมไปสหรัฐอเมริกามูลค่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ทำด้วยเหล็กมีมูลค่า 35 ล้านเหรียญสหรัฐ)
แม้ว่านิวซีแลนด์จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงแต่สภาวะสงครามการค้าในตลาดโลกจะทำให้การเติบโตของ GDP ในตลาดโลกหดตัวลงซึ่งจะกระทบกับความต้องการนำเข้าสินค้าต่างๆของประเทศคู่ค้าของนิวซีแลนด์ทั่วโลก รวมถึงผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกที่เกิดจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าในสหรัฐฯที่จะกระทบต่อการค้านิวซีแลนด์ทางอ้อม เนื่องจากสินค้านำเข้าจะมีราคาแพงขึ้น
ในทางกลับกัน นิวซีแลนด์ได้รับอานิสงค์จากการอ่อนค่าของเงินเหรียญนิวซีแลนด์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการอ่อนค่าของสกุลเงินจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของนิวซีแลนด์ การส่งออกสินค้านิวซีแลนด์ไปตลาดสหรัฐอเมริกาลดลง 4.4 พันล้านเหรียญนิวซีแลนด์แต่การส่งออกสินค้าไปยังประเทศอื่นๆเพิ่มสูงขึ้น (ในปริมาณใกล้เคียงกัน)
สำหรับผู้ประกอบการนิวซีแลนด์ ที่ต้องเผชิญกับนโยบายสหรัฐอเมริกาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ระบุว่า ภาษีของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบในเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มต้นทุนของสินค้านิวซีแลนด์ที่ผลิตในเม็กซิโก เนื่องจากบริษัทผลิตสินค้าในเม็กซิโกร้อยละ 45 และในนิวซีแลนด์ร้อยละ 55 และจะต้องรับมือกับความต้องการที่ลดลงจากประเทศที่ถูกเก็บภาษีลดลง แต่จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าในการส่งออกสินค้าของนิวซีแลนด์ที่จะทดแทนสินค้าแคนาดา เม็กซิโกและจีนในตลาดสหรัฐฯ
นาย Christopher Luxon นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์จะรอดูท่าทีและรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายภาษีที่จะนำมาใช้อย่างเป็นทางการแต่จะใช้การเจรจาทางการทูตเป็นหลักและระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเพื่อรักษาความเป็นพันธมิตรทางการค้าและการลงทุนของทั้งสองประเทศต่อไป
………………………………………………………………………………………
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์
ที่มา:
www.stuff.co.nz/www.rnz.co.nz/www.theconversation.com
อ่านข่าวฉบับเต็ม : ส่องผลกระทบภาษีเหล็กและอลูมิเนียม 25% ของทรัมป์ต่อเศรษฐกิจนิวซีแลนด์