หน้าแรกTrade insightข้าว > รายได้จากการส่งออกข้าวของเวียดนามสูงสุดเป็นประวัติการณ์

รายได้จากการส่งออกข้าวของเวียดนามสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การส่งออกข้าวในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 มีมูลค่า 3,660 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกข้าวสูงสุดนัดตั้งแต่ปี 2554 ที่เป็น 3,650 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

โดยการส่งออกมีมูลค่า 3,660 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ปริมาณการส่งออกข้าวเพียง 6.6 ล้านตัน

การส่งออกข้าวมีมูลค่าสูง เนื่องจากราคาส่งออกข้าวตั้งแต่ต้นปีอยู่ในระดับสูงมาโดยตลอด โดยอยู่ที่ 553 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 และเคยสูง 650 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน

ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2566 ฟิลิปปินส์ยังคงครองอันดับหนึ่งในการบริโภคข้าวของเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 40.3 ของ   การส่งออกข้าวทั้งหมด ตามมาด้วยจีนคิดเป็นร้อยละ 13.5 อินโดนีเซียอยู่ในอันดับที่สามคิดเป็นร้อยละ 12.4 นอกจากนี้ ตลาดสหภาพยุโรป (โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ สเปน เบลเยียม) แอฟริกา (กานา แองโกลา) มีการเติบโตในเชิงบวกเช่นเดียวกัน

ในช่วงที่ผ่านมาราคาข้าวส่งออกมีแนวโน้มลดลงตามความเคลื่อนไหวของประเทศผู้นำเข้าบางประเทศ เพื่อควบคุมอัตรา      เงินเฟ้อโดยเน้นนโยบายพัฒนาการผลิตในประเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณสำรอง สินค้าคงคลัง และหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มองหาแหล่งอาหารอื่นฯ เพื่อทดแทนข้าว

สมาคมอาหารเวียดนามกล่าวว่า ยังมีโอกาสอย่างมากสำหรับการส่งออกข้าวของเวียดนาม โดยเฉพาะเมื่อฟิลิปปินส์นำเข้าเพิ่ม 1.1 ล้านตัน ในขณะที่อินโดนีเซียวางแผนที่จะนำเข้า 2.3 ล้านตันภายในสิ้นปี 2566

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (MoIT) กำลังวางยุทธศาสตร์ระยะยาวในการส่งออกข้าวและการรักษาเสถียรภาพของตลาด หลังจากหลายประเทศสั่งห้ามการส่งออก จากการเปิดเผยของนาย เจิ่น ก๊วก ตว๋าน รองอธบดีกรมนำเข้าและส่งออกของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า โดยการห้ามส่งออกข้าวของอินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีผลอย่างมากต่ออุปทานข้าวทั่วโลก ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหารของโลก ตลอดจนส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลายประเทศเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อยังไม่ดีขึ้น

ตั้งแต่ต้นปี 2566 เวียดนามได้ปลูกข้าวไปแล้ว 7.1 ล้านเฮกตาร์ โดยมีผลผลิตรวมประมาณ 43.1 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าผลผลิตก่อนหน้านี้ 452,000 ตันต่อปี และจากผลผลิตที่นอกเหนือจากสนองความต้องการในประเทศ เวียดนามสามารถส่งออกได้มากกว่า 7.5 ล้านตันในปี 2566

ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ายังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวง ภาคส่วน และท้องถิ่นอื่น ๆ เพื่อติดตามสถานการณ์ตลาดและปัญหาของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสามารถเสนอแนวทางแก้ไขในการขจัดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกในการส่งออกข้าวไปจนถึงสิ้นปี 2566

กระทรวงฯจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการส่งเสริมการค้า ทั้งในรูปแบบดั้งเดิมและออนไลน์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ข้าวของเวียดนาม

ในขณะเดียวกัน จะประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท เพื่อใช้ประโยชน์จากกลไกสิทธิพิเศษของข้อตกลงการค้าเสรีที่ลงนามแล้ว (FTAs) ในการเจรจากับคู่ค้าต่างประเทศ เพื่อกระจายตลาดส่งออก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเวียดนาม

นอกจากนี้จะมีการให้คำแนะนำและการสนับสนุนเพื่อช่วยผู้ค้าและผู้ส่งออกในการปรับปรุงการผลิตและศักยภาพทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการเจรจา ลงนาม และทำสัญญาส่งออกและจัดการกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนจะพยายามควบคุมอุปทานและราคา และป้องกันการขนส่งและการค้าข้าวที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

                                         (จาก https://vietnamnews.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

ข้าวมีความสำคัญต่อภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค เนื่องจากเป็นพืชเกษตรหลักของเวียดนาม ที่ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด ราคาส่งออกข้าวของเวียดนามพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในโลก โดยเฉพาะราคาส่งออกข้าวหักร้อยละ 25 อยู่ที่ 618 – 622 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ในขณะที่ข้าวหักร้อยละ 5 อยู่ที่ 628 – 632 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ราคาข้าวเวียดนามเพิ่มขึ้นประมาณ 100 เหรียญสหรัฐฯต่อตันในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้กำไรในการส่งออกข้าวของเวียดนามเพิ่มมากขึ้นด้วย ในเวียดนามมีผู้ประกอบการประมาณ 210 รายทั่วประเทศมีสิทธิ์ส่งออกข้าวได้ ในนครโฮจิมินห์มีผู้ส่งออก 47 ราย ในขณะที่เมืองเกิ่นเทอในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีผู้ค้า 42 ราย เมืองล็องอานในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีผู้ค้า 25 ราย ผู้ค้า จังหวัดด่งท้าบมีผู้ค้า 19 ราย และในจังหวัดอานซางมีผู้ค้า 18 ราย คาดว่าในปี 2566 เวียดนามจะมีกำไรในการส่งออกสินค้าข้าวมากกว่า 7.5 ล้านตัน มูลค่า 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.)

Login