หน้าแรกTrade insight > รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและภาวะการค้าสหรัฐฯ ประจำเดือนธันวาคม 2566

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและภาวะการค้าสหรัฐฯ ประจำเดือนธันวาคม 2566

  1. อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (GDP Growth)

สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (U.S. Bureau of Economic Analysis) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (U.S. Department of Commerce) รายงานมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติแท้จริง (Real GDP) สหรัฐฯ ไตรมาสที่ 2 ปี 2566 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.10 และมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติสหรัฐฯ ไตรมาสที่ 3  ปี 2566 ประมาณการครั้งที่ 3 (Third Estimate) ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 (ลดลงจากประมาณการครั้งที่ 2 ที่คาดว่าขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2)

 

แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 เป็นผลมาจากการขยายตัวของการใช้จ่ายภาคประชาชน การลงทุนคงคลังภาคเอกชน การส่งออก การใช้จ่ายรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น และการลงทุนระยะยาวสำหรับที่อยู่อาศัย และการลงทุนระยะยาวไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าในช่วงดังกล่าวกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติสหรัฐฯ

 

สถิติอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2562 – 2566

ที่มา: Bureau of Economic Analysis, U.S. Department of Commerce

 

  1. อัตราการว่างงาน

สำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics) กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (U.S. Department of Labor) รายงานอัตราการว่างงานสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2566 (ข้อมูลล่าสุด) ปรับตัวลดลงจากเดือนที่ผ่านมาเหลือร้อยละ 3.7 โดยมีจำนวนผู้ว่างงานในระบบเศรษฐกิจลดลงเหลือจำนวนทั้งสิ้น 6.3 ล้านคน

 

ในเดือนพฤศจิกายน 2566 สหรัฐฯ มีการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payroll Employment) เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนทั้งสิ้น 199,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 240,000 ตำแหน่งต่อเดือน

 

  • กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพ 77,000 ตำแหน่ง การจ้างงานภาครัฐ 49,000 ตำแหน่ง อุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยว 40,000 ตำแหน่ง อุตสาหกรรมการผลิต 28,000 ตำแหน่ง อุตสาหกรรมสังคมสงเคราะห์ 16,000 ตำแหน่ง และ อุตสาหกรรมสารสนเทศ 9,000 ตำแหน่ง
  • กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานลดลง ได้แก่ อุตสาหกรรมการค้าปลีก 38,000 ตำแหน่ง และอุตสาหกรรมการขนส่งและคงคลังสินค้า 5,000 ตำแหน่ง
  • ส่วนการจ้างงานในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และขุดเจาะพลังงาน อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมค้าส่ง อุตสาหกรรมการเงิน อุตสาหกรรมเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและอุตสาหกรรมบริการอื่นๆ ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

 

สถิติอัตราการว่างงานสหรัฐฯ ย้อนหลัง 12 เดือน

ที่มา: Bureau of Labor Statistics, U.S. Department of Labor

 

  1. ภาวะเงินเฟ้อ (Consumer Price Index: CPI)

สำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics) กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (U.S. Department of Labor) รายงานภาวะเงินเฟ้อสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2566 (ข้อมูลล่าสุด) ลดลงต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมาเหลือร้อยละ 3.1 (ไม่ปรับฤดูกาล หรือ Not Seasonally Adjusted)

 

โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาราคาสินค้าไม่ปรับฤดูกาล (Not Seasonally Adjusted) กลุ่มสินค้าอาหารปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 ในขณะที่กลุ่มสินค้าพลังงานปรับตัวลดลงร้อยละ 5.4 ส่วนกลุ่มสินค้าอื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 รายละเอียด ดังนี้

 

3.1 กลุ่มสินค้าอาหาร ได้แก่ ซีเรียลและเบเกอรี (+ร้อยละ 3.4) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (+ร้อยละ 2.9) ผักและผลไม้สด (+ร้อยละ 0.4) เนื้อสัตว์และไข่ (ร้อยละ 0.1) และผลิตภัณฑ์จากนม (-ร้อยละ 1.4)

 

3.2 กลุ่มสินค้าพลังงาน ได้แก่ ไฟฟ้า (+ร้อยละ 3.4) น้ำมันเชื้อเพลิง (-ร้อยละ 8.9) และก๊าซธรรมชาติ (-ร้อยละ 10.4)

 

3.3 กลุ่มสินค้าและบริการอื่น ได้แก่ บริการขนส่ง (+ร้อยละ 10.1) บุหรี่และยาสูบ (+ร้อยละ 7.7)  ที่พักอาศัย (+ร้อยละ 6.5) วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ (+ร้อยละ 5.0) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (+ร้อยละ 2.9) เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม (+ร้อยละ 1.1) รถยนต์ใหม่ (+ร้อยละ 1.3) ส่วนรถยนต์มือสอง (Used Cars) (-ร้อยละ 3.8) และบัตรโดยสารเครื่องบิน (-ร้อยละ 12.1)

 

สถิติอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ย้อนหลัง 12 เดือน

ที่มา: Bureau of Labor Statistics, U.S. Department of Labor

 

  1. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI)

The Conference Board (CB) รายงานผู้บริโภคชาวอเมริกันมีความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นในเดือนธันวาคม 2566  โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิม 101.0 ในเดือนพฤศจิกายน 2566 (ปีฐาน: ปี 2528 = 100) เป็น 110.7 ในเดือนธันวาคม 2566 ดัชนีความคาดหวังของผู้บริโภค (Expectations Index) ซึ่งวัดจากมุมมองของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ทางด้านรายได้ การดำเนินกิจการ และการจ้างงานในตลาดแรงงานในระยะสั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 77.4 ในเดือนพฤศจิกายน 2566 เป็น 85.6 ในเดือนธันวาคม 2566 และดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน (Present Situation Index) ที่วัดแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจและการจ้างงานในปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิม 136.5 ในเดือนพฤศจิกายน 2566 เป็น 148.5 ในเดือนธันวาคม 2566

 

โดยรวมผู้บริโภคชาวอเมริกันในตลาดทุกกลุ่มอายุและกลุ่มรายได้มีความเชื่อมั่นในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ดีขึ้นในเดือนธันวาคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคอายุระหว่าง 35 – 54 ปี ที่มีระดับรายได้ครอบครัว 125,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาสินค้าในตลาดที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยด้านสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ปัจจัยด้านระดับอัตราดอกเบี้ยในตลาด และปัจจัยด้านความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคชาวอเมริกันมากที่สุด

ที่มา: The Conference Board

 

  1. ภาวะการค้าปลีกของสหรัฐฯ

สำนักงานสถิติสหรัฐฯ (U.S. Census Bureau) กระทรวงพาณิชย์ สหรัฐฯ รายงานภาวะการค้าปลีกและ การบริการด้านอาหารรายเดือนล่วงหน้า (Advance Monthly Sales for Retail and Food Services) สหรัฐฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2566 (ข้อมูลล่าสุด) สามารถสรุปได้ ดังนี้

 

  • มูลค่าการค้าปลีกสินค้าและการบริการด้านอาหาร (Retail & Food Services) ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาร้อยละ 0.3 เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 705,692 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • มูลค่าการค้าปลีก (Retail Trade Sales) ขยายตัวร้อยละ 0.1 เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 610,995 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • มูลค่าการค้าปลีกไม่ผ่านร้านค้า (Nonstore Retailers) ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 118,549 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

กลุ่มสินค้าและบริการที่มียอดค้าปลีกขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ การบริการร้านอาหาร (+ร้อยละ 1.6) สินค้าอุปกรณ์กีฬา (+ร้อยละ 1.3) สินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน (+ร้อยละ 0.9) สินค้าเพื่อสุขภาพและสุขอนามัยส่วนบุคคล (+ร้อยละ 0.9) สินค้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ (+ร้อยละ 0.5) สินค้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม   (+ร้อยละ 0.6) และสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม (+ร้อยละ 0.2) ตามลำดับ

 

กลุ่มสินค้าและบริการที่มียอดค้าปลีกหดตัวลง ได้แก่ สินค้าน้ำมันเชื้อเพลิง (-ร้อยละ 2.9) การค้าปลีกผ่านช่องทางร้านค้าอื่นๆ (-ร้อยละ 2.0) สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ (-ร้อยละ 1.1) สินค้าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง (-ร้อยละ 0.4) และสินค้าปลีกทั่วไป (-ร้อยละ 0.2) ตามลำดับ

 

ที่มา: U.S. Census Bureau, U.S. Department of Commerce

 

  1.  ภาวะการค้าระหว่างประเทศ

สำนักงานสถิติสหรัฐฯ (U.S. Census Bureau) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานสถิติดุลการค้า (ส่งออก – นำเข้า) สหรัฐฯ ประจำเดือนตุลาคม 2566 (ข้อมูลล่าสุด) สรุปได้ ดังนี้

 

สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า ในเดือนตุลาคม 2566 สุทธิทั้งสิ้น 64,255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3,104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.08 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ มีมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการในเดือนตุลาคม 2566 เป็นมูลค่า 258,793 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2,616 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลงร้อยละ 1.00 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา แบ่งเป็น

 

  • การส่งออกสินค้าเป็นมูลค่า 173,487 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3,217 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลงร้อยละ 82 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
  • การส่งออกบริการเป็นมูลค่า 85,306 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 601 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 71 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

 

โดยกลุ่มสินค้าและบริการที่สหรัฐฯ มีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ สารเคมีอินทรีย์ ทองคำ (ที่ไม่ใช่เพื่อการเงิน) การบริการขนส่ง การบริการทางการเงิน และการบริการทางธุรกิจ เป็นต้น

 

สหรัฐฯ มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าและบริการในเดือนตุลาคม 2566 เป็นมูลค่า 323,049 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 489 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา แบ่งเป็น

 

  • การนำเข้าสินค้าเป็นมูลค่า 263,282 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 259 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
  • การนำเข้าบริการเป็นมูลค่า 59,766 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.39 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

 

โดยกลุ่มสินค้าและบริการที่สหรัฐฯ มีมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น ได้แก่ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ขุดเจาะและกลั่นน้ำมัน และการบริการท่องเที่ยว เป็นต้น

 

ที่มา: U.S. Census Bureau, U.S. Department of Commerce

 

  1. ภาวะการค้าระหว่าง สหรัฐฯ – ไทย

ในเดือนตุลาคม 2566 (ข้อมูลล่าสุด) สหรัฐฯ และไทยมีมูลค่าการค้าสุทธิทั้งสิ้น 6,411.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 18) ลดลงร้อยละ 8.95 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ มีดุลการค้า ขาดดุล ไทยเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4,027.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐลดลงร้อยละ 8.43 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

 

  • สหรัฐฯ นำเข้าจากไทย เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 5,219.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 14) ลดลงร้อยละ 8.75 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยสินค้าหลักนำเข้าจากไทย ได้แก่ อุปกรณ์โทรศัพท์ (HS Code 8517) เพิ่มขึ้นร้อยละ 117 เครื่องประมวลผลข้อมูล (HS Code 8471) ลดลงร้อยละ 34.98 ชิ้นส่วนตัวนำไฟฟ้า (HS Code 8541) เพิ่มขึ้นร้อยละ 136.05 ยางรถยนต์ (HS Code 4011) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.73 และหม้อแปลงไฟฟ้า (HS Code 8504) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.82

 

ตารางแสดง: เปรียบเทียบมูลค่าสหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากไทย 10 อันดับแรกเดือนตุลาคม 2566  

 

  • สหรัฐฯ ส่งออกไปไทย เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 26) ลดลงร้อยละ 9.82 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยสินค้าหลักส่งออกไปไทย ได้แก่ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (HS Code 8542) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.72 น้ำมันปิโตรเลียม (HS Code 2709) ลดลงร้อยละ 65.89 ชิ้นส่วนรถแทรกเตอร์ (HS Code 8708) ลดลงร้อยละ 4.02 อุปกรณ์โทรศัพท์ (HS Code 8517) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.78 และก๊าซปิโตรเลียม (HS Code 2711) ร้อยละ N/A

 

ตารางแสดง: เปรียบเทียบมูลค่าสหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปไทย 10 อันดับแรกเดือนตุลาคม 2566  

ที่มา: Global Trade Atlas

 

มูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯ – ไทย (เฉพาะรัฐในเขตพื้นที่ดูแลของ สคต. ชิคาโก)

 

ในเดือนตุลาคม 2566 สหรัฐฯ และไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศเฉพาะในเขตพื้นที่ดูแลของ สคต. ชิคาโก เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,437.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 8.53 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยรัฐในเขตพื้นที่ดูแลมีมูลค่าการนำเข้าจากไทยทั้งสิ้น 1,094.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 12.57 และรัฐในเขตพื้นที่ดูแลมีมูลค่าการส่งออกไปไทยทั้งสิ้น 342.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.33 โดยรวมรัฐในเขตพื้นที่ดูแลมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ ขาดดุล ไทยทั้งสิ้น 751.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 19.39 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

 

  • รัฐที่นำเข้าจากไทย ได้แก่ รัฐอิลลินอยส์ (ร้อยละ 40.08) รัฐโอไฮโอ (ร้อยละ 13.75) รัฐเคนทักกี (ร้อยละ12.03) รัฐมิชิแกน (ร้อยละ 9.17) และรัฐอินดีแอนา (ร้อยละ 8.31) ตามลำดับ โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ จุกและฝาโลหะ (HS Code 8309) ร้อยละ 41 เครื่องพิมพ์ (HS Code 8469) ร้อยละ 13.00 วัสดุก่อสร้างพลาสติก (HS Code 3925) ร้อยละ 7.20 คอนเทนเนอร์ (HS Code 8609) ร้อยละ 4.48 เรดาร์ (HS Code 8526) ร้อยละ 2.77 4.48 เครื่องรับสัญญาณวิทยุ (HS Code 8527) ร้อยละ 2.77 เลนส์แว่นตา (HS 9002) ร้อยละ 1.35 อุปกรณ์ทางการแพทย์ (HS Code 9018) ร้อยละ 1.32 นิกเกิลแผ่น (HS Code 7506) ร้อยละ 1.26 และอุปกรณ์เครื่องพิมพ์ (HS Code 8443) ร้อยละ 1.11 ตามลำดับ

 

  • รัฐที่ส่งออกไปไทย ได้แก่ รัฐมิชิแกน (ร้อยละ 27.37) รัฐโอไฮโอ (ร้อยละ 12.28) รัฐอินดีแอนา (ร้อยละ 12.17) รัฐอิลลินอยส์ (ร้อยละ 10.92) และมินนิโซตา (ร้อยละ 9.65) ตามลำดับ โดยสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ จุกและฝาโลหะ (HS Code 8309) ร้อยละ 13.34 ขี้แร่ (HS Code 2619) ร้อยละ 6.04 ทาร์จากถ่านหิน (HS Code 2708) ร้อยละ 90 แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (HS Code 8542) ร้อยละ 4.72 นิกเกิลแผ่น (HS Code 7506) ร้อยละ 2.60 รถเข็นผู้พิการ (HS Code 8713) ร้อยละ 2.45 อุปกรณ์ทางการแพทย์ (HS Code 9018) ร้อยละ 2.27 วัสดุก่อสร้างพลาสติก (HS Code 3925) ร้อยละ 1.56 เครื่องจักร (HS Code 9031) ร้อยละ 1.42 และเครื่องเซ็นตริฟิวจ์ (HS Code 8421) ร้อยละ 1.42 ตามลำดับ

สถิติการค้าสหรัฐฯ – ไทย (เฉพาะรัฐในเขตพื้นที่ดูแลของ สคต. ชิคาโก)

ที่มา: U.S. Census Bureau, U.S. Department of Commerce

 

******************************

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก

อ่านข่าวฉบับเต็ม : รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและภาวะการค้าสหรัฐฯ ประจำเดือนธันวาคม 2566

Login