กลุ่ม Union ที่ประกอบด้วยพรรคสหภาพคริสต์เตียนเพื่อประชาธิปไตยประเทศเยอรมนี (CDU – Christlich Demokratische Union Deutschlands) และพรรคสหภาพสังคมนิยมคริสต์เตียนแห่งนครรัฐบาวาเรีย (CSU – Christlich-Soziale Union in Bayern) และพรรคสังคมนิยมเพื่อประชาธิปไตยเยอรมนี (SPD – Sozialdemokratische Partei Deutschlands) ต้องการจัดตั้ง “คณะกรรมาธิการพิจารณาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงระหว่างเยอรมนีและจีน” เพื่อดำเนินการตามมติของหลาย ๆ กลุ่มการเมืองในรัฐสภา (Political Group) ที่พวกเขาตั้งใจจะร่วมลงมติในวันอังคารหน้า โดยเอกสารฉบับดังกล่าวได้ถูกนำมาแสดงให้สำนักข่าว Handelsblatt เป็นการล่วงหน้า โดยพรรค CDU/CSU และ SPD ตกลงในข้อตกลงร่วม (MOU) เพื่อการจัดตั้งรัฐบาลว่า จะแก้ไขยุทธศาสตร์จีนของรัฐบาลเยอรมันใหม่ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวจะรายงานความเสี่ยงเป็นประจำทุกปี และเสนอมาตรการลดความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงกฎหมายการค้าต่างประเทศ โดยนาง Gitta Connemann สมาชิกรัฐสภาและประธานกลุ่ม SME ของกลุ่ม Union กล่าวว่า “จีนเป็นคู่ค้า คู่แข่ง และคู่แข่งเชิงระบบที่สำคัญที่สุดของเยอรมนี” และจีนกำลังสร้างแรงกดดันอย่างมากต่ออุตสาหกรรมหลัก (Key Industries) ของเยอรมนี
ในขณะเดียวกัน ตลาดจีนเป็นตลาดที่สำคัญของบริษัทเยอรมัน โดยนาย Nicolas Zippelius ผู้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับจีนของกลุ่มการเมืองในรัฐสภา (Political Group) เปิดเผยว่า “เราต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับ (1) ห่วงโซ่อุปทาน และ (2) การนำเข้าวัตถุดิบว่า มีความเปราะบางขนาดไหน (3) การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเยอรมนี และ (4) การลงทุนในอุตสาหกรรมความมั่นคงจากจีนทั้งหมด โดยการที่เรารู้ว่าเราตกอยู่ในภาวะพึ่งพาขนาดไหนนั้น เราจึงจะสามารถรักษาอธิปไตย และสร้างรากฐานแห่งความเจริญรุ่งเรืองของเราในระยะยาวได้” ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การถกเถียงเกี่ยวกับภาวะพึ่งพาจีนของเยอรมนีได้ทวีความรุนแรงขึ้น สาเหตุมาจากข้อจำกัดอันเข้มงวดของจีนในการส่งออกวัตถุดิบสำคัญ และชิปบางชนิด ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทเยอรมันพึ่งพาอย่างมาก อีกทั้งความร่วมมือด้านการวิจัยได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เยอรมนียังมีความเข้าใจที่ไม่สมบูรณ์เกี่ยวกับภาวะพึ่งพาจีน ในอดีตความพยายามที่จะแก้ไขภาวะพึ่งพานี้ล้มเหลวเรื่อยมา เนื่องจากภาคเอกชนไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลให้ทราบอย่างเต็มที่ ดังนั้น คณะกรรมการชุดใหม่นี้จึงไม่เพียงแต่ประกอบด้วยสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจ เช่น (1) สถาบันเศรษฐศาสตร์เยอรมนี (IW – das Institut der deutschen Wirtschaft) (2) สถาบันเศรษฐกิจโลก (Ifw – Institut für Weltwirtschaft) (3) นักวิเคราะห์จีนจาก Mericsและ (4) สถาบันเยอรมันเพื่อกิจการระหว่างประเทศและความมั่นคง (SWP – Die Stiftung Wissenschaft und Politik) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสมาคมธุรกิจต่าง ๆ ด้วย ซึ่งรวมถึง (5) สหพันธ์อุตสาหกรรมเยอรมนี (BDI – Bundesverband der Deutschen Industrie) และ (6) สภาหอการค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรมเยอรมนี (DIHK – Der Deutsche Industrie- und Handelskammertag)
จาก Handelsblatt 28 พฤศจิกายน 2568
อ่านข่าวฉบับเต็ม : รัฐบาลกลางเยอรมนีตั้งเป้ามุ่งลดการพึ่งพาจีน
