หน้าแรกTrade insightอาหารแปรรูป > ธนาคารโลกชี้สงครามกลางเมืองฉุดเศรษฐกิจซูดานรุนแรง

ธนาคารโลกชี้สงครามกลางเมืองฉุดเศรษฐกิจซูดานรุนแรง

รายงานล่าสุดของธนาคารโลก (World Bank) สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลึกและรุนแรงของสงครามกลางเมืองในซูดานต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และระบบการค้า โดยระบุว่า ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2566 ได้สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หดตัวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศตกอยู่ในภาวะยากจนขั้นรุนแรง

รายงานฉบับแรกของธนาคารโลกเรื่อง Sudan Economic Update 2025: The Economic and Social Consequences of the Conflict ระบุว่า เศรษฐกิจซูดานในปีแรกของสงครามหดตัวเกือบหนึ่งในสาม และมีแนวโน้มถดถอยต่อเนื่องหากสถานการณ์ยังไม่ยุติ ภาคอุตสาหกรรมและบริการซึ่งเป็นหัวใจของการจ้างงานในเขตเมืองได้รับผลกระทบหนักจากการทำลายโครงสร้างพื้นฐาน การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และการปิดกิจการจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงคาร์ทูมซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ  ธนาคารโลกยังใช้ข้อมูลจากภาพถ่ายแสงไฟยามค่ำคืนเป็นตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งพบว่าความสว่างในหลายพื้นที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 60 สะท้อนการหยุดชะงักของธุรกิจ การขนส่ง และการใช้พลังงาน ขณะเดียวกัน อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณร้อยละ 32 ก่อนสงคราม เป็นเกือบร้อยละ 47 ในช่วงความขัดแย้ง โดยแรงงานนอกระบบและแรงงานรายวันได้รับผลกระทบมากที่สุด

นอกจากนี้ รายงานฉบับที่สอง The Economic and Social Consequences of the Conflict: Charting a Path to Recovery ชี้ให้เห็นว่า สงครามได้ผลักดันให้ประชากรซูดานมากกว่าร้อยละ 70 ตกอยู่ใต้เส้นความยากจนขั้นรุนแรง รายได้ครัวเรือนลดลงอย่างมาก ขณะที่เงินเฟ้อพุ่งสูงจากการขาดแคลนสินค้า การอ่อนค่าของเงินปอนด์ซูดาน และการหยุดชะงักของระบบการนำเข้า โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเวชภัณฑ์ อีกทั้งภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานหลักของประเทศและเคยเป็นความหวังด้านความมั่นคงทางอาหาร ถูกกระทบอย่างหนักจากการสู้รบในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญ เช่น รัฐอัลญะซีเราะห์ การขาดแคลนแรงงาน ปัจจัยการผลิต และการเข้าถึงตลาด ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และซ้ำเติมวิกฤตด้านอาหารในประเทศ

ธนาคารโลกประเมินว่า หากซูดานสามารถยุติความขัดแย้งและเริ่มกระบวนการฟื้นฟูได้ เศรษฐกิจยังมีศักยภาพในการฟื้นตัวในระยะกลาง โดยเฉพาะจากภาคเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ และการค้าชายแดน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยเสถียรภาพทางการเมือง การฟื้นฟูสถาบันรัฐ และการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อเสนอแนะ/ข้อสังเกต  

  • สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไคโร เห็นว่า จากมุมมองด้านการค้าระหว่างประเทศ สถานการณ์ในซูดานปัจจุบันถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากในระยะสั้น การค้าระหว่างประเทศเผชิญอุปสรรคทั้งด้านโลจิสติกส์ การชำระเงิน และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ โดยระบบธนาคารและการเงินของซูดานยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างปกติ  สำหรับในระยะยาว ซูดานยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารแปรรูป ยาและเวชภัณฑ์ เครื่องจักรกลการเกษตร และสินค้าเพื่อการฟื้นฟูหลังความขัดแย้ง เช่น วัสดุก่อสร้าง และสินค้าเกี่ยวกับสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ความต้องการนำเข้าสินค้าจำเป็นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

  • ผู้ประกอบการไทยควรรอจังหวะและสร้างเครือข่ายผ่านประเทศเพื่อนบ้านหรือพันธมิตรทางการค้าในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดซูดานในอนาคต นอกจากนี้ ไทยยังสามารถมีบทบาทในความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของไทย

  • อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมโดยตรงในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่สงบ ตรวจสอบคู่ค้าอย่างรอบคอบ ใช้เครื่องมือประกันความเสี่ยงทางการค้า และติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและความมั่นคงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการคว่ำบาตรระหว่างประเทศและข้อจำกัดด้านการโอนเงิน

  • ทั้งนี้ รายงานของธนาคารโลกทั้งสองฉบับสะท้อนภาพเศรษฐกิจซูดานที่ได้รับความเสียหายอย่างลึกซึ้งจากสงครามกลางเมือง ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นเส้นทางการฟื้นฟูในระยะยาว หากสามารถสร้างสันติภาพและเสถียรภาพได้ สำหรับไทย แม้การค้าในปัจจุบันจะเผชิญข้อจำกัดสูง แต่การเตรียมความพร้อมเชิงยุทธศาสตร์และการประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน จะช่วยให้ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจในซูดานได้เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยในอนาคต

อ่านข่าวฉบับเต็ม : ธนาคารโลกชี้สงครามกลางเมืองฉุดเศรษฐกิจซูดานรุนแรง

Login

ปิดโหมดสีเทา