ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ นาย Zinovy Svereda ได้กล่าวว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครน ได้กลับเข้าสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง และนั้นอาจจะเป็นสาเหตุให้ตลาดสินค้าประเภทธัญพืช เช่น แป้ง ข้าวบัลเกอร์ และพาสต้า มีราคาที่สูงขึ้นมากถึงร้อยละ 20 ตั้งแต่เดือนมกราคมที่จะถึงนี้เป็นต้นไป เขายังเตือนให้ประชาชนเริ่มกักตุนสินค้าประเภทดังกล่าวเอาไว้ด้วย
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาที่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกและยังคงเพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การล่มสลายของห่วงโซ่อุปทานในรัสเซียและยูเครนซึ่งถือว่าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของสินค้าประเภทธัญพืช โดยสินค้าเหล่านี้ส่งออกจากรัสเซียและยูเครนมากถึงร้อยละ 30 ไปทั่วโลก ซึ่งนี่เองก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้ผลิตสินค้าประเภทดังกล่าวต่างประสบกับช่วงเวลาที่ลำบากนี้ นาย Zinovy Svereda ซึ่งออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์เคียฟ 24 โดยเขาระบุว่าทุกคนควรเริ่มสต็อกอาหารของตนให้ได้มากที่สุดและกล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์ธัญพืชรวมถึงแป้งจะขึ้นราคามากถึงร้อยละ 20 เช่น ข้าวสาลีแคร็ก บัลเกอร์ พาสต้า ซีเรียล ขนมอบ และอาหารที่คล้ายกัน เขายังเตือนอีกว่า การขึ้นราคาจะส่งผลกระทบต่อตลาดตะวันออกกลางและเอเชีย รวมถึงตุรกี และประเทศในยุโรป
นอกจากนี้ ข่าวร้ายไม่ได้จบเพียงแค่เรื่องการขึ้นราคาสินค้าเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญยังระบุด้วยว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ส่งไปยังหลายประเทศอาจจะลดหรือจำกัดจำนวนลง เนื่องจากการผลิตในปัจจุบันลดลง และผู้คนจำนวนมากจะไม่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ธัญพืชได้มากเท่าที่ต้องการ แม้ว่าพวกเขาจะยินดีจ่ายเงินก็ตาม สถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนแรกของสงครามรัสเซีย-ยูเครน และมีการกำหนดโควตาสำหรับการขายผลิตภัณฑ์ธัญพืชขั้นพื้นฐาน เช่น แป้ง ในประเทศแถบยุโรป
ความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์ที่มาจากธัญพืชกับรัสเซีย ถูกยกเลิกโดยรัสเซียหลังความขัดแย้งในปี 2566 ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าควรสร้างความตกลงใหม่ขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และเพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของราคาธัญพืช ในขณะที่องค์การสหประชาชาติ (UN) มองว่ารัสเซียจะไม่ยินยอมในเรื่องนี้
ข้อคิดเห็นจากสำนักงานฯ
ถึงแม้ว่าตุรกีจะมีการทำเกษตรกรรมและผลผลิตที่เป็นสินค้าประเภทธัญพืชอยู่มากก็ตามแต่ถึงอย่างนั้น ผลผลิตธัญพืชเหล่านั้นยังไม่เพียงพอต่อการบริโภคของประชาชนในประเทศ จึงไม่แปลกที่ผลิตภัณฑ์ประเภทธัญพืชจึงเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการนำเข้าจากรัสเซียสูงถึง 1,042 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป็นสินค้าที่มาการนำเข้าจากรัสเซียในลำดับที่ 3 ซึ่งมองเผินๆ แล้วก็เข้าใจได้ในทันทีว่า การคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ดังกล่าวนั้น จะมีส่วนกระทบต่อตลาดสินค้าประเภทดังกล่าวของตุรกีอย่างแน่นอน ด้วยสถานการณ์เงินเฟ้อของตุรกีที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งยังดูไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นแต่อย่างไร ประกอบกับมาตราการทางภาษีการนำเข้าสินค้าต่างประเทศที่รัฐบาลตุรกีหวังจะให้ลดการนำเข้าสินค้าและพยายามพึ่งพาตนเองโดยการบริโภคสินค้าในประเทศแทนนั้น อาจจะทำให้ผลร้ายจะตกที่ประชาชนผู้บริโภคเสียมากกว่า
สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ดูไม่ได้มีทีท่าว่าจะจบลงในเร็วๆ นี้ นั้น จึงไม่ใช่ปัญหาของเพียงสองประเทศ แต่กลับกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด การติดตามและผลักดันให้เกิดการเจรจาและหาผลลัพท์ที่ดีต่อทั้งสองฝ่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา: https://www.sozcu.com.tr/fiyati-bir-haftada-ikiye-katlanacak-uzmanlar-kilolarca-stoklayin-uyarisinda-bulundu-p115963
อ่านข่าวฉบับเต็ม : ตุรกีกับหนึ่งในผลกระทบที่อาจได้รับจากสงความรัสเซีย-ยูเครน