ในช่วงต้นปี 2569 นครเซี่ยงไฮ้ยังคงแสดงบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้อมูลจากศุลกากรเซี่ยงไฮ้ระบุว่า มูลค่าการค้าต่างประเทศในช่วง 2 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 7,965.7 พันล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 23.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 4.8 จุดเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขดังกล่าวเป็นหลักฐานชัดเจนว่านครเซี่ยงไฮ้เริ่มต้นปีได้อย่างแข็งแกร่งและยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการค้าระหว่างประเทศของจีน
เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่ามูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 3,576.5 พันล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 19.3 ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 4,389.2 พันล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 26.4 บ่งชี้ว่าทั้งการผลิตเพื่อการส่งออกและความต้องการสินค้านำเข้าต่างปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกัน
การค้าระหว่างประเทศของนครเซี่ยงไฮ้ขยายตัวในอัตราบวกติดต่อกันมาแล้ว 13 เดือน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ของปีที่ผ่านมา เป็นหลักฐานของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีความต่อเนื่องและมั่นคง โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าการค้าต่างประเทศรวมอยู่ที่ 3,975.2 พันล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 28.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554
ในด้านโครงสร้างตลาด นครเซี่ยงไฮ้ดำเนินนโยบายรักษาความสัมพันธ์กับตลาดหลักควบคู่กับการขยายตัวสู่ตลาดเกิดใหม่ ส่งผลให้เครือข่ายการค้ามีความหลากหลายมากขึ้น การค้ากับสหภาพยุโรปขยายตัวร้อยละ 18.5 ขณะที่การค้ากับอาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ขยายตัวร้อยละ 21.8, 15.6 และ 30.4 ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน อัตราการหดตัวของการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน บ่งชี้ถึงการปรับสมดุลโครงสร้างการค้าของนครเซี่ยงไฮ้ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ในด้านองค์ประกอบสินค้า สินค้าส่งออกกลุ่มแรงขับเคลื่อนใหม่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตโดยรวม โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเทียมที่ขยายตัวร้อยละ 112.6 และ 94.9 ตามลำดับ และเป็นแรงหนุนให้อัตราการเติบโตของการส่งออกโดยรวมปรับสูงขึ้น 5.9 จุดเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้สินค้าอุตสาหกรรมขั้นสูง เช่น เครนตู้คอนเทนเนอร์ชายฝั่ง อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม มีการเติบโตในอัตราสูง โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 120.6, 77.4 และ 153.5 ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและการยกระดับภาคการผลิต ขณะเดียวกัน สินค้าประเภทใช้แรงงานเข้มข้นยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยสามารถสร้างมูลค่าสูงสุดใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน
ในด้านการนำเข้าสินค้า เทคโนโลยีขั้นสูงและชิ้นส่วนสำคัญมีการขยายตัวอย่างโดดเด่น มูลค่าการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ชิ้นส่วนหน่วยความจำ และหน่วยประมวลผลกลางที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.9, 100.8 และ 111.3 ตามลำดับ นอกจากนี้การนำเข้าชิ้นส่วนอากาศยานยังขยายตัวสูงถึงร้อยละ 124.6 ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงความต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของจีน
ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้
การขยายตัวของการค้าต่างประเทศนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงต้นปี 2569 เป็นหลักฐานของความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของจีน ทั้งในมิติของการยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการกระจายตลาดสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ภายใต้บริบทดังกล่าว ประเทศไทยควรเร่งปรับโครงสร้างการผลิตและการส่งออกไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวโน้มการค้าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวทั้งในเชิงมูลค่าและโครงสร้าง และบ่งชี้ถึงการพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจที่มุ่งเน้นคุณภาพและความหลากหลาย ซึ่งประเทศไทยควรนำมาใช้เป็นกรอบในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
___________________________________________________________________________________
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้
พฤษภาคม 2569
แหล่งที่มา
https://www.globaltimes.cn/page/202602/1354952.shtml
https://www.chinanews.com.cn/cj/2026/03-17/10588208.shtml
อ่านข่าวฉบับเต็ม : การขยายตัวของการค้าต่างประเทศนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงต้นปี 2569
