รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ประกาศเปิดประมูลเพื่อคัดเลือกภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการบริหารจัดการบำรุงรักษา และขุดลอกเส้นทางน้ำหลักของประเทศ คือ Hidrovía Paraná–Paraguay ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่มีความสำคัญต่อการขนส่งสินค้าและการส่งออกของอาร์เจนตินา โดยเส้นทางน้ำดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากใช้สำหรับการลำเลียงสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์เพื่อการส่งออก เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด และผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ซึ่งมีการประเมินว่าการส่งออกสินค้าของอาร์เจนตินากว่าร้อยละ 70–80 ต้องอาศัยเส้นทางน้ำสายนี้ในการขนส่งไปยังท่าเรือปลายทางก่อนออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ทั้งนี้ เส้นทางน้ำดังกล่าวเชื่อมต่อท่าเรือในโบลิเวีย ปารากวัย บราซิล อาร์เจนตินา และอุรุกวัย ครอบคลุมการเดินเรือรวมประมาณ 3,400 กิโลเมตร โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ภายใต้เขตอำนาจของอาร์เจนตินามีความยาวประมาณ 1,400 กิโลเมตร การเปิดประมูลในครั้งนี้เป็นการจัดประมูลครั้งที่ 2 เนื่องจากการจัดประมูลครั้งแรกในปี 2024 ได้ถูกยกเลิกจากประเด็นปัญหาด้านความโปร่งใส ดังนั้น การประมูลครั้งนี้จึงจัดทำภายใต้การสนับสนุนและตรวจสอบของ United Nations Conference on Trade and Development (UNCTAD) เพื่อรับประกันความโปร่งใสและให้กระบวนการเป็นไปตามเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ มีบริษัทให้ความสนใจเข้าร่วมทั้งสิ้น 3 ราย ได้แก่ DEME Group, Jan De Nul Group จากเบลเยียม และ DTA Engenharia จากบราซิล ซึ่งเงื่อนไขสำคัญของการประกวดรอบใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงหลายประการเพื่อดึงดูดการแข่งขันและลดภาระต้นทุน ได้แก่
-
ระยะเวลาสัมปทาน ถูกลดลงจากเดิมที่ตั้งไว้ 30 ปี เหลือ 25 ปี พร้อมสิทธิ์ยืดเวลาอีก 5 ปี ซึ่งเป็นการลดระยะเวลาการผูกพันตามสัญญา เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผู้รับสัมปทาน อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาสให้รัฐสามารถประเมินผลการดำเนินงานและปรับปรุงนโยบายการบริหารเส้นทางน้ำได้ในระยะเวลาที่เหมาะสมมากขึ้น
-
ค่าธรรมเนียมอ้างอิงสำหรับการจัดเก็บค่าผ่านทาง ได้รับการปรับลดลงจากประมาณ 4.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันของปริมาตรสุทธิ (Ton of Revenue Net) ลงมาเป็นประมาณ 3.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันของปริมาตรสุทธิ ทั้งนี้ รัฐบาลระบุว่าการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะช่วยให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ลดลงอย่างน้อยร้อยละ 10 ตั้งแต่วันแรกของการดำเนินงาน และคาดว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์ของอาร์เจนตินา รวมถึงลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการที่ใช้เส้นทางขนส่งทางน้ำสายนี้เป็นหลัก
-
กำหนดมาตรฐานด้านคุณภาพบริการและข้อกำหนดทางเทคนิคเพิ่มเติม เพื่อให้การบริหารจัดการเส้นทางน้ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มระดับความลึกของการขุดลอกทางน้ำเพื่อรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าและการค้าระหว่างประเทศ
-
ขยายขอบเขตเส้นทางน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัด Entre Ríos ของอาร์เจนตินา ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ดังกล่าว และส่งเสริมการเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งทางน้ำภายในประเทศให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ความคืบหน้าของโครงการบริหารเส้นทางน้ำ Hidrovía Paraná–Paraguayปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาและประเมินข้อเสนอทั้งด้านเทคนิคและด้านการเงินของบริษัทที่เข้าร่วมประมูล ซึ่งประกอบด้วย DEME Group, Jan De Nul Group จากเบลเยียม และ DTA Engenharia จากบราซิล อย่างไรก็ตาม รายงานของ ArgenPorts (สื่อด้านโลจิสติกส์และการขนส่งของอาร์เจนตินา) ระบุว่า บริษัท DTA Engenharia อาจถูกตัดสิทธิ์จากกระบวนการประมูล เนื่องจากไม่ได้ยื่นหลักประกันการประมูลตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา ส่งผลให้การแข่งขันอาจเหลือเพียงสองบริษัทจากเบลเยียม ได้แก่ DEME Group และ Jan De Nul Group โดยคาดว่าจะสามารถประกาศผลผู้ชนะการประมูลได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 2026 และเริ่มดำเนินการตามสัญญาสัมปทานในช่วงครึ่งปีหลัง
ความคิดเห็นของสำนักงาน
โครงการเส้นทางน้ำ Hidrovía Paraná–Paraguay ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญของอาร์เจนตินา เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใช้ส่งออกสินค้าของประเทศในสัดส่วนที่สูง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์ การเปิดประมูลโครงการในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลอาร์เจนตินาในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ทำให้การส่งออกสะดวกขึ้น และส่งผลให้การค้าของอาร์เจนตินาและประเทศในแถบอเมริกาใต้ขยายตัวมากขึ้นในอนาคต โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางน้ำมีวัตถุประสงค์หลักในการเชื่อมโยงการค้ากับประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น โบลิเวีย ปารากวัย บราซิล และอุรุกวัย ซึ่งถือเป็นโอกาสดีสำหรับการค้าของไทยโดยสามารถให้อาร์เจนตินาเป็นฐานในการกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่นในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ เช่น อาหารแปรรูป สินค้าเกษตรแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสทางการค้าและการลงทุนในฐานะผู้จัดหาสินค้าและบริการโลจิสติกส์ เช่น เครื่องจักรสำหรับงานขุดลอก ระบบบริหารจัดการท่าเรือ ระบบติดตามเรือ และเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น
เครดิตภาพและที่มาข่าว:
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงบัวโนสไอเรส สาธารณรัฐอาร์เจนตินา
อ่านข่าวฉบับเต็ม : โครงการบริหารเส้นทางน้ำ Hidrovía Paraná–Paraguay เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของอาร์เจนตินา
