เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 28 – 30 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 8 ปีของนายกรัฐมนตรีอังกฤษตั้งแต่สมัยนางเทริซา เมย์ โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้นำคณะผู้แทนเกือบ 60 คนจากภาคธุรกิจและหน่วยงานด้านวัฒนธรรม ได้แก่ HSBC, GSK, Jaguar Land Rover และโรงละครแห่งชาติ หาแนวทางความร่วมมือกับจีน
นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้หารือร่วมกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในประเด็นการลดภาษีนำเข้าเหล้าวิสกี้ การยกเว้นการตรวจลงตรา (ฟรีวีซ่า) 30วัน ต่อพลเมืองสหราชอาณาจักร การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเรือขนาดเล็กที่ใช้ในการลักลอบอพยพคนเข้าสหราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายมีการลงนามความร่วมมือดังนี้
1. Co-operation on Transnational Organised Crime and Illegal Immigration
2. Establishment of a Bilateral Services Partnership
3. Joint Feasibility Study for a UK-China Trade in Services Agreement
4. Co-operation in the Field of Conformity Assessment
5. Exports from the UK to China
6. Strengthening the Work of the UK-China Joint Economic and Trade Commission
7. Co-operation in Domiciliary Services and Sports Industries
8. Collaboration in Technical and Vocational Education and Training (TVET)
9. Co-operation on Food Safety, Animal, and Plant Quarantine
10. Health Co-operation
จากการหารือ ฝ่ายจีนได้ตกลงลดอัตราภาษีนำเข้าเหล้าวิสกี้จากสหราชอาณาจักรเหลืออัตราร้อยละ 5 จากอัตราเดิมคือร้อยละ 10 และยกเว้นการตรวจลงตรา (ฟรีวีซ่า) 30วัน ต่อพลเมืองสหราชอาณาจักร ทางด้านสหราชอาณาจักร บริษัท AstraZeneca ซึ่งเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์รายใหญ่ จะมีการลงทุนในจีนเป็นมูลค่า 11,000 ล้านปอนด์ เพื่อขยายฐานการผลิตและวิจัยยา
การเดินทางของนายกรัฐมนตรีอังกฤษเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหราชอาณาจักรและพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีศุลกากรสินค้าที่นำเข้าจาก สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปรวม 8 ประเทศ ที่คัดค้านความพยายามของสหรัฐฯ ในการซื้อกรีนแลนด์ ซึ่งการเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีอังกฤษในครั้งนี้ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวเตือนว่าการที่สหราชอาณาจักรดำเนินธุรกิจกับจีนเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง
หลังการเดินทางเยือนจีน นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อพบกับ นาง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในการหารือถึงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ที่มา: BBC News และ The Guardian
ข้อมูลเพิ่มเติม/ความเห็น สคต.
ดร. อวี้ เจี๋ย นักวิจัยอาวุโสด้านจีนจากสถาบันแชทแธมเฮาส์ ระบุว่าจีนมีแรงจูงใจที่จะกระชับความสัมพันธ์กับสหราชอาณาจักรทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและการเมือง ในเชิงเศรษฐกิจ ปัจจุบันการลงทุนของจีนในสหราชอาณาจักรยังอยู่ในระดับต่ำมาก คิดเป็นเพียงร้อละ 0.7 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งหมดในสหราชอาณาจักร ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของจีนในปัจจุบัน ทำให้รัฐบาลจีนและภาคธุรกิจมองว่าสหราชอาณาจักรเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน ในขณะเดียวกัน สหราชอาณาจักรไม่สามารถมองข้ามโอกาสทางเศรษฐกิจกับจีนได้ เนื่องจากจีนเป็นพันธมิตรการค้าลำดับสามของสหราชอาณาจักร ส่งผลให้มีการจ้างงานในสหราชอาณาจักรประมาณ 370,000 ตำแหน่ง สหราชอาณาจักรมีการส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 เป็น 22,600 ล้านปอนด์ ระหว่างกลางปี 2567 ถึง 2568 หลังจากที่ลดลงในปีก่อนหน้า สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์ ยา ในด้านธุรกิจบริการมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ การเงิน การศึกษา เทคโนโลยี กฎหมาย การบัญชี และบริการดิจิทัล
มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้สหราชอาณาจักรมองหาตลาดใหม่ทดแทนสหรัฐฯ อีกทั้ง เดินหน้าหาพันธมิตรทางเศรษฐกิจและเจรจา FTA กับประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นโอกาสของไทยในการเจรจา FTA กับสหราชอาณาจักรในอนาคต
อ่านข่าวฉบับเต็ม : นายกรัฐมนตรีอังกฤษเยือนจีนกระชับความสัมพันธ์
