ที่มา : สำนักข่าว BernamaBiz
การเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งมาเลเซีย (MDEC) รายงานว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัลของมาเลเซีย อยู่ที่ 6.8 พันล้านริงกิต ในช่วงปี 2567 จนถึงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
MDEC ระบุว่า ผลการส่งออกที่แข็งแกร่งนี้ได้รับแรงหนุนจากโครงการต่าง ๆ เช่น Founders Centre of Excellence และโปรแกรม Gateway, Amplify, Invest และ Nurture ที่ช่วยสนับสนุนบริษัทดิจิทัลของมาเลเซียให้เติบโตในระดับนานาชาติ, เข้าถึงเงินทุน และสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในปี 2567 มาเลเซียสามารถทำรายได้จากการส่งออกดิจิทัลได้ 4.2 พันล้านริงกิต โดยมีบริษัทกว่า 325 แห่ง ดำเนินงานใน 27 ประเทศ ส่วนในช่วง ครึ่งแรกของปี 2568 การส่งออกดิจิทัลอยู่ที่ 2.6 พันล้านริงกิต โดยมีบริษัท 350 แห่ง ขยายธุรกิจไปยัง 39 ตลาดทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 50 ของยอดการส่งออกดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เติบโตของมาเลเซียในเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล โกบินด์ ซิงห์ เดโอ กล่าวว่า ผลลัพธ์อันแข็งแกร่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า มาเลเซียพร้อมที่จะเป็นผู้นำในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก โดยมีนโยบายที่ชัดเจน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนานาชาติที่มีต่อนโยบาย,ทักษะบุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ
ขณะที่ นายอนูอาร์ ฟาริซ ฟัดซิล ซีอีโอของ MDEC กล่าวว่าผลลัพธ์นี้สะท้อนการพัฒนาองค์กรตลอด 3 ทศวรรษจากผู้สร้างระบบนิเวศไปสู่ผู้สนับสนุนการเติบโตระดับโลก ทำให้มาเลเซียมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลในภูมิภาค
บทวิเคราะห์ผลกระทบ
การที่มาเลเซียสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกด้านเศรษฐกิจดิจิทัลได้สูงถึง 6.8 พันล้านริงกิตในช่วงปี 2567 ถึงครึ่งแรกของปี 2568 สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของมาเลเซียในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งอาจส่งผลต่อประเทศไทยและภูมิภาคในหลายมิติ ดังนี้
1. การแข่งขันด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน
การเติบโตของการส่งออกบริการดิจิทัลของมาเลเซีย โดยเฉพาะในสาขา AI ซอฟต์แวร์ และบริการดิจิทัลขั้นสูง จะช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของมาเลเซียในตลาดโลก และอาจทำให้ประเทศในอาเซียน รวมถึงไทย ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในการดึงดูดลูกค้า นักลงทุน และบุคลากรด้านเทคโนโลยี ในขณะเดียวกัน ประเทศที่ยังพึ่งพาการส่งออกสินค้าแบบดั้งเดิมอาจเผชิญแรงกดดันให้เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมมากขึ้น
2. ผลต่อการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล
ความสำเร็จของมาเลเซียสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของนโยบายรัฐในการสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัลและสตาร์ทอัพ ซึ่งอาจดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เข้าสู่ภาคเทคโนโลยีมากขึ้นส่งผลให้มาเลเซียมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลของอาเซียน ทั้งนี้ ไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนและทรัพยากรบุคคลไปยังประเทศที่มีระบบนิเวศดิจิทัลที่เอื้อต่อการเติบโตมากกว่า
3. โอกาสด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค
แม้การแข่งขันจะเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลมาเลเซียยังเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มดิจิทัล การค้าบริการข้ามพรมแดน และการพัฒนาทักษะแรงงานดิจิทัลร่วมกัน ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของภูมิภาคโดยรวม
ความคิดเห็น สคต.
สำนักงานฯ เห็นว่า การขยายตัวของการส่งออกด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของมาเลเซียสะท้อนถึงทิศทางเศรษฐกิจใหม่ของอาเซียนที่มุ่งสู่เศรษฐกิจฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะส่งผลต่อโครงสร้างการแข่งขันด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ การพัฒนาดังกล่าวอาจทำให้การแข่งขันในภาคบริการดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงทวีความเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยกำลังผลักดัน เช่น ดิจิทัลคอนเทนต์ ซอฟต์แวร์ บริการ IT และเทคโนโลยีอัจฉริยะ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของมาเลเซียยังถือเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์สำหรับไทยในการแสวงหาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการขยายตลาดบริการดิจิทัลไปยังประเทศที่สาม
สำนักงานฯ จึงเห็นควรให้ไทยติดตามพัฒนาการด้านนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของมาเลเซียอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเร่งเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย และส่งเสริมความร่วมมือ
ระดับทวิภาคีและอาเซียน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคการค้าและบริการของไทยในระยะยาว
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
อ่านข่าวฉบับเต็ม : มาเลเซียทำสถิติการส่งออกดิจิทัล 6.8 พันล้านริงกิต ระหว่างปี 2567 ถึงครึ่งแรกของปี 2568
