หน้าแรกTrade insightยานยนต์เเละส่วนประกอบ > ผู้นำแคนาดาเยือนจีน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนกับสหรัฐฯ

ผู้นำแคนาดาเยือนจีน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนกับสหรัฐฯ

นายมาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-17 มกราคม 2569 ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน โดยการเดินทางเยือนครั้งนี้ ผู้นำแคนาดาจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษที่ผู้นำแคนาดาเยือนจีน ในการนี้ ฝ่ายจีนให้ความสำคัญต่อการเยือนครั้งนี้อย่างยิ่ง เพื่อชี้แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับการปรับปรุงและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและแคนาดาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

โดยนางเหมาหนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้กล่าวถึงความหวังของการเยือนผู้นำแคนาดาว่า จะเป็นโอกาสในการเสริมสร้างพูดคุยเจรจา เพิ่มความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน พร้อมขยายความร่วมมือในทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขข้อกังวลระหว่างกัน และเสริมสร้างแรงผลักดันในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนและแคนาดา เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ฝ่ายแคนาดาได้ระบุถึงเป้าหมายการเดินทางไว้ว่า เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับทางจีนและแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ เนื่องจากความไม่แน่นอนกับอนาคตการค้าระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ดังนั้นแล้ว แคนาดาจึงต้องมองหาทางออกในการพยายามฟื้นความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกับจีน เพื่อปกป้องเศรษฐกิจตนเองและนับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการค้าเชิงรุก เพื่อขยายการส่งออกของแคนาดาไปยังประเทศที่ไม่ใช่สหรัฐฯ ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในทศวรรษหน้า

การเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการฟื้นฟูความสัมพันธ์แคนาดา-จีน หลังตกต่ำอย่างหนักในปีพ.ศ. 2561 ภายหลังการจับกุมเมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารของหัวเว่ย ในเมืองแวนคูเวอร์ ตามหมายจับของสหรัฐฯ ในข้อหาฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน รวมไปถึงในช่วงเวลาหลังจีนยังถูกกล่าวหาว่ามีการแทรกแซงการเมืองของแคนาดา แม้ว่าจะมีการไต่สวนพบว่า มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งอยู่ในระดับจำกัดเท่านั้น แต่จีนก็ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอด

อย่างไรก็ดี ภารกิจของนายคาร์นีย์ครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากแคนาดาต้องเผชิญแรงกดดันในการสร้างสมดุลระหว่างการกระจายความเสี่ยงทางการค้า โดยไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์กับโดนัลด์ ทรัมป์หรือขัดต่อพันธกรณีด้านความมั่นคงแห่งชาติเช่นกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลแคนาดาระบุว่า รัฐบาลคาร์นีย์ไม่ได้มองว่าการเยือนครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนดังกล่าว แต่ก็ยอมรับว่า หากแคนาดาไม่เพิ่มการค้ากับจีน แคนาดาจะไม่อาจบรรลุเป้าหมายในการลดการพึ่งพาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้

โดยหนึ่งในเป้าหมายหลักของแคนาดา คือการผ่อนคลายมาตรการภาษีของจีนต่อเมล็ดคาโนลาจากแคนาดา ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในเขตทุ่งหญ้าทางตะวันตกของประเทศในวงกว้าง โดยมองว่า เป็นการตอบโต้ของจีนจากการที่แคนาดาเรียกเก็บภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนในปี 2567 ตามมาตรการที่สหรัฐฯ ดำเนินไปก่อนหน้า

สำหรับจีนแคนาดาถือเป็นคู่ค้าสำคัญ โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ราว 118,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ) แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น หากประธานาธิบดีสีสามารถบรรลุข้อตกลงกับนายคาร์นีย์ได้ ก็จะทำให้จีนมีอิทธิพลมากขึ้นในประเทศที่ติดกับสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี หนึ่งในประเด็นที่ยังไม่แน่ชัดของการเยือนครั้งนี้ คือท่าทีของสหรัฐฯ ต่อข้อตกลงใด ๆที่อาจเกิดขึ้นระหว่างแคนาดาและจีน 

ปัจจุบันเศรษฐกิจแคนาดาได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ อย่างหนัก โดยเฉพาะในภาคเหล็ก อะลูมิเนียม และยานยนต์ ขณะที่การเจรจาเพื่อลดภาษีดังกล่าวได้หยุดชะงักลง ด้านนายโคลิน โรเบิร์ตสัน อดีตนักการทูตแคนาดาประจำประเทศสหรัฐฯ  ให้สัมภาษณ์กับสื่อบีบีซีว่า มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯกำลังจับตาความสัมพันธ์แคนาดา–จีนอย่างใกล้ชิด ซึ่งแคนาดาก็ได้แจ้งเจตนาให้สหรัฐฯ รับทราบอย่างต่อเนื่อง แต่ท้ายที่สุด การเยือนของผู้นำแคนาดาครั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของชาวแคนาดาเป็นสำคัญ

ความเห็น/ข้อเสนอแนะสคต. การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีแคนาดาครั้งนี้ สะท้อนถึงความพยายามในการปรับสมดุลนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของแคนาดาและถือได้ว่ามีนัยสำคัญในฐานะจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวในการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของแคนาดาในเวทีโลก อย่างไรก็ดี แคนาดายังต้องมีความร่วมมือกับสหรัฐฯ อยู่ในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง  ดังนั้น แคนาดาต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยคาดว่าสหรัฐฯ จะติดตามพัฒนาการของความสัมพันธ์แคนาดา–จีนอย่างใกล้ชิด สำหรับผลกระทบผู้ประกอบการไทย มิได้เกิดความเสี่ยงโดยตรง แต่อาจเป็นได้ทั้งโอกาสและความท้าทาย เช่น โอกาสความร่วมมือในเชิงห่วงโซ่อุปทาน แต่ขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรบางรายการจะกลับเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปรับกลยุทธ์การแข่งขันให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง และใช้จุดแข็งด้านคุณภาพ ความยืดหยุ่น เพื่อรักษาการแข่งขันในตลาดโลก

ที่มา: https://www.bbc.com/news/articles/c98pj370mjjo 

 

อ่านข่าวฉบับเต็ม : ผู้นำแคนาดาเยือนจีน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนกับสหรัฐฯ

Login

ปิดโหมดสีเทา