แม้แนวโน้มผู้บริโภคในออสเตรียจะหันไปเลือกสินค้าประเภท “หยิบแล้วจ่าย” (Self-Service) มากขึ้น เช่น อาหารพร้อมรับประทานและของว่างบรรจุหีบห่อ แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของประเทศอย่าง Billa และ Spar ยืนยันว่าจะยังคงรักษา เคาน์เตอร์อาหารที่มีผู้ให้บริการ (Feinkosttheke) แบบดั้งเดิมไว้ต่อไปเคาน์เตอร์เหล่านี้ไม่เพียงเป็นแหล่งจำหน่ายเนื้อสัตว์ ชีส และอาหารสดคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดบริการที่ให้คำแนะนำและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นจุดเด่นที่สร้างความแตกต่างจากร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไป
ลูกค้าบางส่วน โดยเฉพาะในเขตเมืองหรือกลุ่มคนวัยทำงาน หันไปใช้บริการอาหารสำเร็จรูปในบรรจุภัณฑ์มากขึ้น เช่น เบอร์เกอร์ พาสต้า หรือแซนด์วิช Billa และ Spar จึงขยายผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้และเพิ่มพื้นที่จำหน่ายอาหารร้อนพร้อมรับประทาน (เช่น อาหารปรุงสุกในกล่อง Takeaway) แต่ยังคงเน้นบริการแบบ “ส่วนตัว” ทั้งสองบริษัทเน้นว่า เคาน์เตอร์อาหารแบบดั้งเดิมจะยังคงอยู่ เพราะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสดใหม่ และการสื่อสารกับพนักงาน Spar ย้ำว่า ในชนบทลูกค้ายังนิยมพูดคุยกับพนักงานก่อนตัดสินใจซื้อสำหรับ Billa เคาน์เตอร์อาหารยังเป็นหนึ่งใน “หัวใจของร้าน”
ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นสำนักงานฯ
พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองหรือวัยทำงานหันมาเลือกซื้ออาหารพร้อมรับประทานและสินค้าประเภท Self-Service มากขึ้น การจัดวางสินค้าในร้านจึงมีการปรับให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ยึดหลัก “มาเร็ว-ไปเร็ว” อย่างไรก็ดี เคาน์เตอร์อาหารที่มีผู้ให้บริการยังคงเป็นสัญลักษณ์ของ “ความสดใหม่” และ “คุณภาพ” จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์พรี-เมียม และเชื่อถือได้ รวมถึงยังเป็นจุดเชื่อมสัมพันธ์ที่ช่วยเสริมความภักดี (customer loyalty) แม้ว่าจะมีต้นทุนที่สูงแต่การคงไว้ของเคาน์เตอร์อาหารสะท้อนว่า “บริการที่มีคุณค่าทางอารมณ์” ยังเป็นจุดแข็งในการค้าปลีกแบบดั้งเดิม อุตสาหกรรมค้าปลีกในยุโรปจึงกำลังพัฒนาไปสู่โมเดล Hybrid Retail คือ ผสมผสานระหว่างความสะดวก (เทคโนโลยี) และความใส่ใจ (Human touch)
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา
ประเทศออสเตรีย
อ่านข่าวฉบับเต็ม : Billa และ Spar ยืนยันไม่เลิกเคาน์เตอร์บริการอาหาร แม้ความนิยมเปลี่ยนไป