หน้าแรกTrade insightอุตสาหกรรมอื่นๆ > แนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีนกับการพลิกโฉมสู่ระดับนานาชาติ

แนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีนกับการพลิกโฉมสู่ระดับนานาชาติ

               แม้ว่าในระยะ 5 ปีที่ผ่านมาตลาดอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในจีนจะมีการเติบโตที่ผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระยะการระบาดของโรค Covid-19 แต่ก็สามารถกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งด้วยมูลค่าตลาดกว่า 464,900 ล้านหยวน (ประมาณ 2.09 ล้านล้านบาท) เมื่อกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติในปีพ.ศ.2566 ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติขนาดมูลค่าตลาดขายปลีกเครื่องสำอางในประเทศจีน พบว่าหลังสิ้นสุดสถานการณ์โรคระบาด ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น เป็นเหตุให้ยอดมูลค่าลดลงกว่า 23,900 ล้านหยวน (ประมาณ 107,300 ล้านบาท) ในปีพ.ศ.2567 แต่โดยภาพรวมยังคงอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 6.6% และคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมูลค่าตลาดอาจสูงถึง 634,400 ล้านหยวน (ประมาณ 2,851,388 ล้านบาท) ในปีพ.ศ.2572 

fb8c3795-2448-496c-b7bd-6409bfad050d.png

 

               ประเทศจีนเป็นตลาดเครื่องสำอางที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ด้วยสัดส่วนกว่า 11.4% ขอบเขตครอบคลุมผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย ผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่ง และผลิตภัณฑ์เพื่อกลิ่นหอม  ในปีพ.ศ. 2568 อุตสาหกรรมเครื่องสำอางในประเทศจีนกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ จากตลาดที่เคยขับเคลื่อนด้วยการแข่งขันด้านราคา ปรับโฉมสู่ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญด้านคุณค่า คุณภาพ และนวัตกรรม จากผลสำรวจของ Qin-ce Consumption Research (勤策消费研究) แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ได้ขึ้นแท่นเป็นสินค้าอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีน และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของตลาดในระยะยาว ในปีพ.ศ.2567 ขนาดของตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีมูลค่าสูงถึง 451,400 ล้านหยวน (ราว 2,030,587 ล้านบาท) คิดเป็น 48.3% ของมูลค่าเครื่องสำอางในปีนั้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

fa6b799d-0388-4f4a-8f16-31fce2b1c270.png

 

               ปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงขับเคลื่อนในการขยายตัวของตลาดเครื่องสำอางจีน ประกอบไปด้วย กระแสการบริโภคสินค้าสไตล์จีน ที่แฝงไว้ซึ่งคุณค่านิยมทางวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ทลายอุปสรรคทางการสื่อสารและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้ใช้งานอย่างรวดเร็ว การนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่สอดคล้องกับราคา และ การยกระดับการศึกษาวิจัยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการแข่งขันทางการตลาด ในแง่ของการพัฒนาอุตสาหกรรม ลักษณะของตลาดเครื่องสำอางจีนในยุคปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับตลาดของประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียตะวันออกอย่าง ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ในช่วงระยะเริ่มต้น โดยจากข้อมูลสถิติขนาดสัดส่วนตลาดแบรนด์เครื่องสำอางในประเทศจีน สินค้าแบรนด์เครื่องสำอางจีนปัจจุบันครองสัดส่วนอยู่ที่ 49.9% ในปีพ.ศ.2567 ซึ่งแม้จะยังครองสัดส่วนไม่ถึงครี่ง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

bc9e9e05-a7cf-4281-b4f5-59300807acbc.png

 

               แนวโน้มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในประเทศจีน กำลังยกระดับจากการดูแลเฉพาะจุด สู่การดูแลแบบ    องค์รวม จากผลสำรวจระบุว่า ปัจจุบันสินค้าบำรุงผิวที่ขายดีที่สุด มุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ประเภทมอยเจอร์ไรเซอร์ ด้วยสัดส่วนกว่า 23.7% ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลบริ้วรอย และผิวกระจ่างใส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านสุขภาพผิวที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค ที่ต้องการดูแลผิวในเชิงภาพรวม มากกว่าการดูแลเฉพาะจุดหรือเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทควบคุมความมัน ขจัดรังแค หรือ สมานแผล เป็นต้น 

afbb2c28-ec82-4aa7-8b63-deae1c0926e1.png

 

               แพลตฟอร์มออนไลน์ได้กลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดอุตสาหกรรมแบรนด์เครื่องสำอางจีน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างช่องทางการจัดจำหน่าย ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดออฟไลน์ลดลงอย่างต่อเนื่อง ยอดขายในตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 318,400 ล้านหยวน (ประมาณ 1,423,248 ล้านบาท) ในปีพ.ศ.2562 เป็น 536,500 ล้านหยวน (ประมาณ 2,398,155  ล้านบาท) ในปีพ.ศ. 2567 และคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 811,400 ล้านหยวน (ประมาณ 3,627,018 ล้านบาท) ในปีพ.ศ.2572 ขณะเดียวกัน สัดส่วนการตลาดออนไลน์ก็เพิ่มขึ้นจาก 40.8% ในปีพ.ศ.2562 เป็น 57.4% ในปีพ.ศ.2567 และอาจครองตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จด้วยสัดส่วนสูงถึง 63.0% ในปีพ.ศ.2572 ในทางตรงกันข้าม ยอดขายออฟไลน์ยังคงต่ำกว่าระดับโดยอยู่ที่ 398,100 ล้านหยวน (ประมาณ 1,778,007 ล้านบาท) ในปีพ.ศ.2567 

649d45fe-981d-4626-a330-aa378cf3b20b.png

 

              ปัจจุบัน ถึงแม้ว่าสัดส่วนตลาดเครื่องสำอางในประเทศจีนยังคงถูกครอบครองโดยแบรนด์ต่างประเทศจากบริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ระดับนานาชาติ อย่าง L’Oréal , Procter & Gamble และ Estée Lauder ซึ่งเป็นสามแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากยุโรปและอเมริกา จากข้อมูลพบว่าสามแบรนด์ดังกล่าวผูกขาดส่วนแบ่งการตลาด CR5 มากกว่า 80% ทว่าเครื่องสำอางแบรนด์จีนอย่าง Proya (珀莱雅) กลับสามารถประสบความสำเร็จในการก้าวเข้าสู่ 5 อันดับแรกในตลาด กลายเป็นแบรนด์จีนเพียงแบรนด์เดียวที่มีความโดดเด่นท่ามกลางแบรนด์ตะวันตกทั้งหมด ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 8.0% สะท้อนให้เห็นถึงมิติการแข่งขันของแบรนด์จีนกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นผลมาจากการรวมกันของปัจจัยต่างๆ ได้แก่ กำลังซื้อของผู้บริโภค นวัตกรรมของแบรนด์ การพัฒนาช่องทางการจำหน่าย เช่น อีคอมเมิร์ซ สื่อดั้งเดิม หรือร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ทำให้แบรนด์จีนสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางแบรนด์จีนให้มีความเป็นสากลยิ่งขึ้น

2ea1ceb3-d5df-4791-bc84-00a8eea0a481.png
1145ff7d-da60-4b22-9a4c-deb12b404378.png

 

ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน: จากแนวโน้มการเติบโตและโครงสร้างตลาดเครื่องสำอางจีนในปัจจุบัน พบว่า ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญกับคุณค่า คุณภาพ ความปลอดภัย และนวัตกรรมของแบรนด์ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีนกำลังก้าวสู่ระยะการพัฒนาที่เน้นมูลค่าเพิ่มและความยั่งยืน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดังกล่าวจึงอาศัย 4 ปัจจัยหลักเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด ได้แก่ กระแสการบริโภคสินค้าสไตล์จีน การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ การนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่สอดคล้องกับราคา และ การยกระดับการศึกษาวิจัยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ได้สร้างพลวัตใหม่ให้กับตลาดเครื่องสำอางจีน ส่งผลให้ขนาดตลาดและมูลค่ามีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นก็ตาม

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคสะท้อนให้เห็นถึง ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีนในปัจจุบัน แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของความต้องการผู้บริโภค จากการมุ่งเน้นความสวยงามภายนอกในระยะสั้น ไปสู่การดูแลสุขภาพผิวแบบองค์รวมในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ในบริบทดังกล่าว ถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทย โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีจุดแข็งด้านการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ สมุนไพรไทย หรือภาพลักษณ์การดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางความต้องการของผู้บริโภคจีนในปัจจุบัน หากผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานสากล สื่อสารคุณค่าแบรนด์อย่างชัดเจน และเลือกใช้กลยุทธ์ช่องทางการตลาดที่เหมาะสม ย่อมมีศักยภาพในการสร้างการรับรู้และขยายส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

                          https://mp.weixin.qq.com/s/cjNUy_7Vvr4rrDX58JjNig?scene=1

https://www.baidu.com/

เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

9 มกราคม 2569

อ่านข่าวฉบับเต็ม : แนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีนกับการพลิกโฉมสู่ระดับนานาชาติ

Login

ปิดโหมดสีเทา