หน้าแรกTrade insightอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล > มาเลเซีย-อินเดีย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ 11 ฉบับ ยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

มาเลเซีย-อินเดีย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ 11 ฉบับ ยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ที่มา : สำนักข่าว Malay Mail

นายกรัฐมนตรีดาโต๊ะ เซรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี 
ของสาธารณรัฐอินเดีย ร่วมแถลงยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ภายใต้กรอบการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ภายหลังการหารือทวิภาคีร่วมกันเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เมืองปูตราจายา มาเลเซีย โดยเป็นกรอบความสัมพันธ์ระดับสูงที่ครอบคลุมความร่วมมือในทุกมิติสำคัญ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว 
ซึ่งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เร่งรัดการดำเนินความร่วมมือให้เกิดผลเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

การหารือฯ ครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การค้าและการลงทุน ความร่วมมือด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี ความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว การศึกษา การแลกเปลี่ยนระดับประชาชน และความร่วมมือในกรอบภูมิภาคและพหุภาคี โอกาสนี้ สองฝ่ายได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) และการแลกเปลี่ยนบันทึก (EoN) 
รวม 11 ฉบับ เพื่อสนับสนุนความร่วมมือและวางกลไกการดำเนินงานร่วมกันในสาขาต่าง ๆ ข้างต้น ในระยะต่อไป

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวเสริมว่า อินเดียเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนการค้าที่สำคัญของมาเลเซีย โดยในปี 2568 
มีมูลค่าการค้าระหว่างกันราว 2.04 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง โดยการค้ามีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สองฝ่ายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างกัน
เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียมีนโยบาย
ที่มุ่งเน้นการขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ของมาเลเซียด้วย 

 

บทวิเคราะห์ผลกระทบ

ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน การจัดทำความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจฯ ร่วมกัน เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนโดยตรงและการค้าสินค้าและบริการในระยะยาว โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยี อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และบริการสมัยใหม่ จะช่วยเพิ่มความชัดเจนเชิงนโยบายและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนของทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การผลักดันการใช้สกุลเงินท้องถิ่น
เพื่อการค้าทวิภาคีจะช่วยลดต้นทุนธุรกรรมและเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินในการทำธุรกรรมระหว่างกัน

ด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลกับอินเดียมีนัยสำคัญต่อ
การยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจของมาเลเซียไปสู่ฐานความรู้และนวัตกรรมมากขึ้น เนื่องจากอินเดียมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะสูง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลของมาเลเซีย เพื่อนำไปสู่การยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ด้านความมั่นคงทางอาหาร การมุ่งเน้นความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารกับอินเดียสะท้อนถึงความพยายามของมาเลเซียในการแสวงหาพันธมิตรเพื่อสร้างความยืดหยุ่นของระบบอุปทาน ในสถานการณ์
ที่มีความผันผวนจากทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก การกระชับความร่วมมือกับอินเดียในฐานะประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายสำคัญของโลก จะช่วยให้มาเลเซียสามารถกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งนำเข้า
และเสริมสร้างเสถียรภาพด้านราคา

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การกระชับความสัมพันธ์กับอินเดียซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้น
ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก สะท้อนถึงความพยายามของมาเลเซียในการรักษาสมดุลของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ โดยการขยายความร่วมมือกับอินเดียจะช่วยเพิ่มทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์และเสริมสร้างอำนาจต่อรองในภูมิภาคให้กับมาเลเซีย

ความเห็น สคต.

สคต. เห็นว่า ความมุ่งมั่นที่จะดำเนินความร่วมมือภายใต้กรอบการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้านระหว่างมาเลเซียกับอินเดียในครั้งนี้ มีนัยสำคัญต่อทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยเฉพาะในสาขาเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีบทบาทต่อการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้อาจส่งผลต่อการดึงดูดการลงทุน บุคลากรทักษะสูง และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้าสู่มาเลเซียเพิ่มมากขึ้น

สำหรับศักยภาพทางการแข่งขันภายในอาเซียน ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างมาเลเซียและอินเดียอาจส่งผลต่อทิศทางการจัดสรรเงินลงทุนและการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม
ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นปัจจัยขับเคลื่อน ดังนั้น ไทยควรติดตามพัฒนาการความสัมพันธ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถประเมินผลกระทบต่อความสามารถทางการแข่งขัน การดึงดูดการลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ การเสริมสร้างความร่วมมือกับอินเดียและประเทศคู่ค้าอื่นอย่างสมดุล ควบคู่กับการพัฒนานโยบายส่งเสริมการลงทุน การยกระดับทักษะแรงงาน และการสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ในระยะยาว
 

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
 

อ่านข่าวฉบับเต็ม : มาเลเซีย-อินเดีย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ 11 ฉบับ ยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

Login

ปิดโหมดสีเทา