หน้าแรกTrade insightเครื่องดื่ม > ตลาดอาหารและเครื่องดื่มสหรัฐฯ จับตา “ไฟเบอร์” เทรนด์สุขภาพใหม่มาแรง

ตลาดอาหารและเครื่องดื่มสหรัฐฯ จับตา “ไฟเบอร์” เทรนด์สุขภาพใหม่มาแรง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โปรตีนถือเป็นหนึ่งในกระแสสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสหรัฐฯ  โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าสุขภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคที่ใส่ใจโภชนาการ อย่างไรก็ดี ล่าสุดแนวโน้มตลาดเริ่มเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน โดย “ไฟเบอร์” หรือใยอาหาร กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกระแสใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกา จากแรงขับเคลื่อนของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพลำไส้ ระบบย่อยอาหาร และสุขภาวะโดยรวมมากขึ้น

ข้อมูลจากหลายสำนักวิจัยตลาดสะท้อนตรงกันว่า ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials หันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคไฟเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย GlobalData ระบุว่า ผู้บริโภค Gen Z ร้อยละ 40 และ Millennials ร้อยละ 45 พยายามดูแลสุขภาพลำไส้ด้วยการเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีไฟเบอร์สูง ขณะที่ผลสำรวจ IFIC Food & Health Survey ปี 2025 พบว่า ร้อยละ 64 ของชาวอเมริกันตั้งใจเพิ่มการบริโภคไฟเบอร์ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ Datassential ยังพบว่า ผู้บริโภคร้อยละ 52 สนใจทดลองทำตามเทรนด์ “fibermaxxing” หรือการเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ในแต่ละมื้ออาหาร หลังรับรู้เกี่ยวกับเทรนด์ดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และร้อยละ 42 มองว่าสินค้าที่ระบุว่า “high fiber” มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า

เทรนด์ “fibermaxxing” ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์ม TikTok และโซเชียลมีเดียอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้น ซึ่งมองว่าสุขภาพลำไส้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการย่อยอาหารเท่านั้น 
แต่ยังเชื่อมโยงกับสุขภาพผิว อารมณ์ ระดับพลังงาน และสมาธิในการใช้ชีวิตประจำวัน นักวิเคราะห์จาก Mintel และ GlobalData ชี้ว่า ไฟเบอร์กลายเป็น “feel-good nutrient” หรือสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมความรู้สึกสบายตัว สุขภาพโดยรวม และคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน มากกว่าจะเป็นเพียงสารอาหารเชิงเทคนิคด้านโภชนาการ

image.png

อีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันกระแสไฟเบอร์ คือ การเติบโตของการใช้ยากลุ่ม GLP-1 สำหรับควบคุมน้ำหนัก ซึ่งทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับอาหารที่ให้ “คุณค่าต่อคำ” (value per bite) มากขึ้น เนื่องจากรับประทานอาหารในปริมาณลดลง จึงต้องการสารอาหารที่ช่วยให้อิ่มนาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด 
และสนับสนุนระบบย่อยอาหาร ทั้งนี้ ไฟเบอร์ถูกมองว่าเป็นสารอาหารที่ตอบโจทย์ดังกล่าวได้ดี เนื่องจากช่วยให้อิ่มเร็ว ชะลอการดูดซึมน้ำตาล และส่งเสริมสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

แม้กระแสความนิยมบริโภคไฟเบอร์ในสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ประเทศยังคงเผชิญ “ช่องว่างการบริโภคไฟเบอร์” อย่างชัดเจน โดยข้อมูลจากหลายแหล่งระบุว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังได้รับไฟเบอร์ต่ำกว่าปริมาณที่แนะนำอย่างมาก บางการประเมินระบุว่า มีเพียงประมาณร้อยละ 5 ของชาวอเมริกันเท่านั้นที่ได้รับไฟเบอร์ตามเกณฑ์ ขณะที่ข้อมูลภาครัฐสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ชี้ว่า ผู้หญิงมากกว่าร้อยละ 90 และผู้ชายมากกว่าร้อยละ 97 ได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ปริมาณที่แนะนำโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 21–38 กรัมต่อวัน ขึ้นอยู่กับเพศและช่วงอายุ สะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการบริโภคอาหารในปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการได้รับใยอาหารอย่างเพียงพอ และทำให้ไฟเบอร์ยังคงเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ผู้บริโภคขาดแคลนมากที่สุด

จากแนวโน้มดังกล่าว ผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสหรัฐฯ เริ่มตอบสนองอย่างชัดเจน โดยผู้บริหารระดับสูงของ PepsiCo ระบุว่า “ไฟเบอร์จะเป็นโปรตีนตัวต่อไป” และบริษัทได้เริ่มขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่เน้นประโยชน์ด้านสุขภาพลำไส้และเสริมไฟเบอร์แล้ว เช่น เครื่องดื่มประเภท prebiotic soda รวมถึงแผนพัฒนาสินค้าในกลุ่มขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มผงเพื่อเสริมการดื่มน้ำ ขณะที่ McDonald’s ก็ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อเทรนด์นี้เช่นกัน นอกจากนี้ ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตจำนวนมากเริ่มเพิ่มข้อความสื่อสารบนบรรจุภัณฑ์ที่ชูจุดเด่นด้านไฟเบอร์มากขึ้น โดย Whole Foods ได้จัดให้ “ไฟเบอร์” เป็นหนึ่งในเทรนด์อาหารสำคัญของปี 2026 และแพลตฟอร์มค้าปลีกอย่าง Thrive Market พบว่าคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับไฟเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปีที่ผ่านมา

ในเชิงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เทรนด์ไฟเบอร์กำลังขยายตัวในหลากหลายหมวดสินค้า ทั้งเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 
โยเกิร์ต ขนมบาร์ ซีเรียล อาหารเช้า อาหารพร้อมรับประทาน ขนมขบเคี้ยว ไปจนถึงวัตถุดิบเบเกอรี่และแป้งที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มไฟเบอร์โดยไม่กระทบรสชาติและเนื้อสัมผัสเดิม ผู้ประกอบการหลายรายหันมาใช้ใยอาหารรูปแบบใหม่ เช่น resistant starch หรือใยอาหารที่ย่อยช้า ซึ่งได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมเนื่องจากช่วยเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ได้โดยไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีรสขมหรือสัมผัสหยาบเหมือนไฟเบอร์บางชนิด อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการกล่าวอ้างด้านโภชนาการบนฉลากสินค้าได้สะดวกขึ้น

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่า แม้กระแส “fiber-forward” จะถือเป็นทิศทางเชิงบวก แต่การบริโภคไฟเบอร์ผ่านผลิตภัณฑ์แปรรูปเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และไม่ควรใช้แทนการบริโภคอาหารธรรมชาติที่มีไฟเบอร์สูง โดยแหล่งไฟเบอร์จากอาหารธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืชเต็มเมล็ด เบอร์รี ถั่วเลนทิล และถั่วเมล็ดแห้ง ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดต่อสุขภาพในระยะยาว ขณะที่แนวทางที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคคือการ “ค่อย ๆ เพิ่มไฟเบอร์ตลอดทั้งวัน” ผ่านการบริโภคอาหารหลากหลายประเภท มากกว่าการบริโภคในปริมาณมากในครั้งเดียว ทั้งนี้ เนื่องจากไฟเบอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน และความสามารถในการย่อยหรือการยอมรับของร่างกายอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ในภาพรวม กระแสไฟเบอร์สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดอาหารและเครื่องดื่มจากยุคที่เน้น “โปรตีน” ไปสู่ยุคที่ผู้บริโภคมองหา “โภชนาการเชิงฟังก์ชัน” ที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะสารอาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพลำไส้ สมดุลการเผาผลาญ ความอิ่ม และคุณภาพชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ประกอบการ นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สื่อสารคุณประโยชน์ด้านไฟเบอร์อย่างชัดเจนบนฉลาก และออกแบบสินค้าที่ให้ทั้งสุขภาพและประสบการณ์การบริโภคที่ดี หากเทรนด์ดังกล่าวยังคงขยายตัวต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้สูงว่า “ไฟเบอร์” จะกลายเป็นหนึ่งในแกนหลักของนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มในตลาดโลกต่อจากโปรตีนในอนาคตอันใกล้

ข้อเสนอแนะจาก สคต. ณ นครนิวยอร์ก

ผู้ประกอบการไทยควรเร่งพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์กระแส “ใยอาหาร (Fiber)” ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพลำไส้ 
ความอิ่มนาน และคุณประโยชน์เชิงฟังก์ชัน ควรเน้นการเพิ่มใยอาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติไทย เช่น ธัญพืช ถั่ว ผลไม้ และพืชพื้นถิ่น พร้อมสื่อสารจุดขายด้านสุขภาพบนบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ควรให้ความสำคัญกับ รสชาติ ความสะดวกในการบริโภค และความน่าเชื่อถือของข้อมูลโภชนาการ เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพและสินค้า value-added ในตลาดสหรัฐฯ

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก 

ข้อมูลอ้างอิง   CNN ,Food Business News

Food Business News2

อ่านข่าวฉบับเต็ม : ตลาดอาหารและเครื่องดื่มสหรัฐฯ จับตา “ไฟเบอร์” เทรนด์สุขภาพใหม่มาแรง

Login

ปิดโหมดสีเทา